เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” คาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6–7 พ.ย. ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชัน เคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 7 พ.ย. ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ ภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนักมากเกิน 90 มิลลิเมตร ประกอบด้วยจังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา
นอกจากนี้ยังมีหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักระหว่าง 35–90 มิลลิเมตร สำหรับทะเลอันดามัน คลื่นมีกำลังค่อนข้างแรง สูง 2–3 เมตร และอาจสูงเกิน 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6–7 พ.ย.นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาขอแนะนำประชาชนและเกษตรกรเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
“ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อมล่วงหน้า และติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด กรมจะติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา ช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนและป้องกันความเสี่ยงจากสภาพอากาศได้อย่างเหมาะสม” น.ส.สุกันยาณี กล่าว
น.ส.สุกันยาณี กล่าวต่อว่า สำหรับการเกิดพายุในช่วงฤดูหนาวนั้น จากสถิติเส้นทางพายุ ในคาบ 74 ปี ช่วง 10 วันแรกของเดือน พ.ย. เคยมีพายุเคลื่อนผ่านบริเวณอีสานใต้ จำนวน 3 ลูก และทั้ง 3 ลูกเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ ปี 2517, 2527 และ 2539 เฉลี่ย 10 ปีครั้ง และถ้านับรวมปี 2568 นี้ ก็จะห่างกันถึง 29 ปี ซึ่งเมื่อย้อนดูปีและเดือนตามปี พ.ศ. ที่แสดง จะเห็นว่า ทั้ง 3 ลูก อยู่ในปีลานีญ่าทั้งหมด ซึ่งปีนี้ก็เช่นกัน จากศูนย์พยากรณ์ความน่าจะเป็นของปรากฏการณ์ ENSO นั้นตั้งแต่เดือน ต.ค.รวมถึงเดือน พ.ย.นี้ด้วย อยู่ในช่วงของลานีญ่า
อย่างไรก็ตาม สำหรับมวลอากาศเย็นระลอกใหม่ที่จะเข้ามาประเทศไทยนั้น จะเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมประมาณวันที่ 13-14 พ.ย. และจะปกคลุมอยู่ถึงประมาณวันที่ 19 พ.ย.ได้ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิในตอนเช้าลดลงได้ประมาณ 2-4 องศาเซลเซียล ซึ่งอุณหภูมิต่ำสุดจะลดลงมา จะอยู่ที่ 15-19 องศาเซลเซียล อยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวได้บางแห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือตอนบน



