จากกรณีนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ได้พบการทำผิดกฎหมายจากกลุ่มมาเฟียต่างชาติ ที่ค้ายาเสพติดรูปแบบใหม่อย่างโจ่งแจ้งโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการแปะสติกเกอร์คิวอาร์โค้ด (QR code) ตามจุดท่องเที่ยวและพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต เมื่อสแกนเข้าไปจะพบว่าเป็นช่องทางสำหรับการซื้อขายยาเสพติดผ่านระบบออนไลน์ โดยผู้สนใจต้องเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มก่อน ใช้การโอนเงินผ่านสกุลเงินคริปโต ก่อนที่จะมีการส่งพิกัดเพื่อนัดรับของในพื้นที่ต่างๆ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยถึงผลการจับกุม นายซีเมน สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีโฆษณายาเสพติดออนไลน์ ซึ่งเป็นปฏิบัติการบูรณาการของสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเน้นย้ำว่า การปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม คือภารกิจหลักในการปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย

ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้นโยบายของรัฐบาล และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ขอประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า เราจะไม่เพิกเฉยต่อชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมไทย การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในกรณีนี้ คือการประกาศว่าเราจะติดตามอาชญากรข้ามชาติกลุ่มอื่น ๆ จนถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

การติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เป็นผลจากการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 8 ตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เนื่องด้วยพฤติกรรมของผู้ต้องหาที่ตระเวนติดสติกเกอร์ QR Code โฆษณาขายยาเสพติดอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตนั้น เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง ทั้งยังบ่อนทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างร้ายแรง

สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากสื่อสังคมออนไลน์ นำไปสู่การสืบสวนจนสามารถระบุตัวตนของนายซีเมน และขออนุมัติหมายจับได้สำเร็จ แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีจากภูเก็ตไปยังเกาะสมุย อย่างไรก็ตามด้วยการประสานข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำให้สามารถติดตามและจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็ว และจากการสอบสวนเบื้องต้น นายซีเมนรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ให้ทำหน้าที่ติดสติกเกอร์ โดยได้รับค่าจ้างเป็นสกุลเงินดิจิทัล

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิด ฐานเป็นผู้โฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการใหญ่ และสำนักงาน ป.ป.ส. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

น.ส.อารีภักดิ์ ยังเน้นย้ำว่า สำนักงาน ป.ป.ส. จะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดทุกรูปแบบ ทั้งนี้ ขอขอบคุณพลเมืองดีและสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติ หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด “ท่านแจ้ง เราจับ” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกข้อมูลของท่านจะเป็นประโยชน์ในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติด.