ราชรถ ราชยาน เป็นหนึ่งในเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานานุศักดิ์ของผู้ใช้ การใช้ราชรถ ราชยานในราชสำนักนั้น มีมาแต่ครั้งโบราณกาล ปรากฏหลักฐานชัดเจนในสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นราชประเพณีสืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างราชรถขึ้นใหม่ 7 องค์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เมื่อพุทธศักราช 2339 ประกอบด้วย พระมหาพิชัยราชรถ พระเวชยันตราชรถ ราชรถน้อยทั้ง 3 องค์ และราชรถเชิญเครื่องหอม 2 องค์ ราชรถเหล่านี้ยังคงใช้ในพระราชพิธีมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กรมศิลปากรจะดำเนินการบูรณะราชรถ 5 องค์ ประกอบด้วย พระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ และราชรถน้อย 3 องค์ เกรินบันไดนาค 2 เกริน พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์

พระมหาพิชัยราชรถ มีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใช้เพื่อการอัญเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) ออกพระเมรุ เมื่อพุทธศักราช 2339 ต่อมาใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระมหากษัตริย์และพระโกศพระบรมวงศ์จนถึงปัจจุบัน

เวชยันตราชรถ มีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อใช้เป็นรถที่นั่งรองในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) ในปีพุทธศักราช 2339 และใช้เป็นราชรถสำหรับทรงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงพระอิสริยศักดิ์รองลงมา เมื่อพระมหาพิชัยราชรถชำรุดจนไม่สามารถใช้การได้ จึงใช้เวชยันตราชรถเป็นรถทรงพระบรมศพ แต่เรียกในหมายรับสั่งว่า “พระมหาพิชัยราชรถ”

ราชรถน้อย ทั้งสามองค์ มีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบก ขนาดเล็กกว่า พระมหาพิชัยราชรถ และเวชยันตราชรถ ทำด้วยไม้แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในอดีตทำหน้าที่เป็น รถพระนำ (อ่านพระอภิธรรมนำกระบวน) เรียกอย่างย่อว่า “รถสวด” ทำหน้าที่เป็นรถโปรยข้าวตอก เรียกอย่างย่อว่า “รถโปรย” และสำหรับโยงภูษาโยง จากพระบรมโกศ เรียกอย่างย่อว่า “รถโยง”

พระที่นั่งราเชนทรยาน มีลักษณะเป็นทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจก สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในเวลาเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนแห่อย่างใหญ่ที่เรียกว่า กระบวนพยุหยาตราสี่สาย อาทิ เสด็จพระราชดำเนินจากพระราชมณเฑียรไปถวายสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นต้น เนื่องจากพระราชยานองค์นี้ มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก จึงไม่นิยมใช้สำหรับเสด็จพระราชดำเนินทางไกลไปนอกพระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้ก็ใช้ในการอัญเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิพระมหากษัตริย์ หรือพระโกศพระอัฐิพระบรมวงศ์จากพระเมรุท้องสนามหลวงเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ เป็นพระราชยานสำหรับอัญเชิญพระบรมโกศจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งจอดเทียบรออยู่ใกล้พลับพลายกบริเวณทิศตะวันออกของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และเป็นพระราชยานใช้เพื่อการอัญเชิญพระบรมโกศจากพระมหาพิชัยราชรถเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นครั้งแรก

พระวอสีวิกากาญจน์ พระราชยานมีลักษณะเป็นพระที่นั่งโถงแบบประทับราบ มีสี่เสา หลังคาสองชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้ง และหางหงส์เป็นรูปนาคสามเศียร มีพนักกั้นโดยรอบ เว้นช่องว่างสำหรับขึ้นลงทั้งสองข้าง ตัวพนักทำด้วยงาแกะสลัก มีคานหามสองคานสำหรับผูกสาแหรก หัวเม็ดที่ปลายคานทั้งสองข้างทำด้วยงา ใช้เป็นราชยานสำหรับเจ้านายฝ่ายในและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ในกระบวนเสด็จพยุหยาตราสถลมารค นอกจากนี้ ยังใช้ทรงลุ้งบรรจุพระบรมราชสรีรางคารจากพระเมรุมาศเคลื่อนสู่พระบรมมหาราชวัง

เกรินบันไดนาค เป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นโดยสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (จุ้ย) พระโอรสในสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ กับเจ้าขรัวเงิน ใช้เพื่อการอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นและลง พระมหาพิชัยราชรถ แทนการใช้นั่งร้านไม้ต่อยกสูงแบบดั้งเดิม โดยทำเป็นรางเลื่อนขึ้นลงด้วยกว้าน หมุนคล้ายบันไดเลื่อน มีแท่นวางพระบรมโกศ ลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม ขอบฐานแกะสลักลายปิดทองประดับกระจก ท้ายเกรินเป็นพื้น ลดระดับลงมา สำหรับเจ้าพนักงานภูษามาลานั่งประคองพระบรมโกศ ด้านข้างบุผ้าตาดทอง มีราวทั้งสองข้างตกแต่งเป็นรูปพญานาค จึงเรียกว่า เกรินบันไดนาค นำมาใช้งานเป็นครั้งแรกในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อพุทธศักราช 2355 โดยเกรินบันไดนาคมี 2 ชุด ชุดหนึ่งใช้เลื่อนเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระยานมาศสามลำคานขึ้นสู่บุษบกของพระมหาพิชัยราชรถ ที่บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม อีกชุดหนึ่งใช้เลื่อนเชิญพระโกศพระบรมศพลงจากบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ มาประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน หรือราชรถปืนใหญ่ ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ในปัจจุบันได้จัดทำล้อเลื่อนติดไว้ใต้ฐานสำหรับรับน้ำหนักและช่วยให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก