รายงานข่าวจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจพลังงานไตรมาส3 ปี68 ส่วนใหญ่เริ่มมีการฟื้นตัวจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น เห็นได้จาก ไทยออยล์ ไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 2,146.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 4,217.86 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มอุปทานตึงตัว ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงตึงเครียด รวมถึงสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้ออกมาตรการคว่ำ ทําให้กลุ่มไทยออยล์มีกําไรจากสต๊อกนํ้ามัน 1,508 ล้านบาท
ขณะที่ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ โออาร์ มีกำไรสุทธิ 2,614, ล้านบาท เพิ่มขึ้น 262.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,608.75 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 9,225.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,650.94 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ และกัลฟ์ มีกำไรจากการดำเนินงาน 7,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย 13,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
นอกจากนี้ บางจาก มีผลกําไรส่วนของบริษัทใหญ่ 1,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 2,093 ล้านบาท จากค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งสร้างกระแสเงินสดให้กับกลุ่มบริษัท ส่วน 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 663 ล้านบาท ลดลง 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนผลกระทบขาดทุนสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันดิบลดลง และบีซีพีจีกำไรสุทธิ 626.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,108% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 28.38 ล้านบาท



