สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า อัลบาเนซีกล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นและขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเชื้อเพลิงของออสเตรเลีย ซึ่งอาจช่วยปกป้องประเทศจากวิกฤติอุปทานในอนาคตได้

“สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อที่นี่ เช่นเดียวกับที่มันส่งผลกระทบไปทั่วโลก และสิ่งหนึ่งที่การสร้างความยืดหยุ่นของชาติทำได้คือ การทำให้ออสเตรเลียมีความเสี่ยงน้อยลงจากผลกระทบของเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลก” อัลบาเนซี กล่าวกับผู้สื่อข่าวจากคาร์ราธา ในภูมิภาคพิลบารา รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

APT

นอกจากนี้ อัลบาเนซียังกล่าวว่า รัฐบาลของเขา และรัฐบาลของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย จะร่วมกันใช้เงิน 4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 93.8 ล้านบาท) ในการศึกษาความเป็นไปได้ของโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งหากโครงการนี้พิสูจน์ว่าเป็นไปได้ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่แห่งใหม่จะถูกสร้างโดยบริษัท เพอร์ดาแมน ผู้ผลิตสารเคมีอุตสาหกรรม ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

อนึ่ง การผลักดันของรัฐบาลแคนเบอร์รา ในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน เกิดขึ้นหลังรายงานของกระทรวงการคลังออสเตรเลียเตือนว่า ตลาดน้ำมันโลกมีความเปราะบางมากขึ้น โดยมี “กันชนที่อ่อนแอ” ต่อวิกฤติด้านอุปทาน

แม้โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย ถูกสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1950-1960 แต่ต้นทุนการดำเนินงานที่สูง และการปรากฏของโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ทั่วทวีปเอเชีย ส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งปิดตัวในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS