นักวิ่งรู้ดี วิ่งๆ ไปเจอหมาเป็นเรื่องปกติ
โดยเฉพาะพวกซิตี้รัน วิ่งตามถนนหนทาง ลัดเลาะไปเรื่อย ฮั่นแน่ ยิ้มเผล่รอแล้ว
ยิ่งทางแคบๆ มองไปข้างหน้าถ้าเจอเจ้าถิ่น อาจต้องคิดหนัก ไปต่อหรือพอแค่นี้ เดาใจไม่ถูกว่า อารมณ์ดี หรือ หงุดหงิด
วันนี้เรามี 10 วิธี ปกป้องตัวเองจาก “น้องหมา” เวลาคุณออกไปวิ่ง มานำเสนอ
ลองไปประยุกต์ใช้กันดู
1 ช้าลงก่อน แล้วดูว่าน้องต้องการอะไร
น้องสนใจคนวิ่ง จะคิด 2 อย่าง ไปเล่นด้วย หรือเห็นเป็นเหยื่อ หากเราหยุด มันอาจมาดม แล้วก็ไป
ให้ลองสังเกตภาษากายของน้องดีๆ เช่นหากชูหาง แกว่งหาง ยกหัว ยกหู มองตา แล้วกระโดดรอบๆ นั่นแสดงว่ามาแบบมิตร “ลูบหัวหนูหน่อยนุด” แต่ถ้าเรากลัว ก็หลบๆไปก็ได้
แต่ถ้าไปเจอพวกหมาเฝ้าบ้าน แล้วมันเห่าปกป้องพื้นที่ เราต้องชะลอก่อน เดินช้าๆ อย่าไปแบบเร่งรีบ
และถ้าน้องพับหู ย่อตัวแนบพื้น หางจุกก้น ย่องช้าๆ แยกเขี้ยว …นี่สัญญาณอันตรายแล้ว ตึ่งๆ มีเรื่องแน่
กรณีนี้อย่าทำตกใจ อย่าแสดงท่าทีว่าจะสู้กับมัน
ที่ต้องระวังคือหมาแม่ลูกอ่อน ระวังอย่าไปใกล้ลูก เพราะมันหวง
และถ้าเจอแบบเป็นฝูงอันนี้น่ากลัว อย่างที่บอก เพราะถ้ามีแค่ตัวเปิด ที่เหลือก็พร้อมอุปทานหมู่ ไล่งับเราทันที
2 อย่าสนใจหมาเห่า
ถ้าน้องเห่าขณะคุณวิ่ง ให้ชะลอเป็นเดิน ทำเป็นไม่สนใจ อย่าสบตา มันแค่เตือนว่าอย่าบุกรุกอาณาเขตมัน
แต่ถ้าหมาเปลี่ยนโทน คำรามต่ำ พับหู และตั้งท่าดุ นี่ต้องระวังแล้ว อย่าเคลื่อนไหวกะทันหัน ให้เดินต่อไปช้าๆ โดยคอยมองมันไว้
3 ไล่ตั้งแต่ยังอยู่ไกลๆ เลย
ถ้าหมาอยู่ห่าง 10–15 เมตร และท่าทียัวะๆ ให้แกล้งทำท่าก้มเก็บก้อนหิน น้องอาจถอยหนี
แต่ถ้าระยะประชิดแล้ว ให้ถืออะไรไว้ขู่ พวกไม้ กระเป๋าวิ่ง
หรือสุดท้ายจวนตัวจริงๆ ให้มันดมแล้ว มัน(อาจ)ถอยไปเอง

4 ขู่กลับ แสดงความไม่กลัว
สังเกตเวลาหมากัดกัน มักทำเสียงคำรามต่ำๆ
เช่นกัน ถ้าเจอหมาไม่เป็นมิตร เราก็ทำเสียงต่ำๆ เข้าไว้ คำพูดไม่สำคัญเท่าโทนเสียง
ที่สำคัญคือท่าทางมั่นคง หลังตรง มองด้วยสายตานิ่ง ไม่แสดงความกลัว
5 อย่าตกใจ อย่ากลัว
สัญชาติญาณน้อง รับรู้ความกลัวได้ดีมาก ถ้าเรากลัว ต้องฮึ้บเอาไว้ อย่าวิ่งหรือโวยวาย กรีดร้อง
6 หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวกะทันหัน
ก่อนน้องจะบุก มันจะนิ่ง ขยับช้าๆ นั่นแหละ ทำคล้ายๆกัน
อย่าเหวี่ยงแขน ขา หรือโยนของ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้มันโจมตี
7 อย่าตะโกนหรือใช้เสียงสูง
อย่างที่บอก ทำเสียงต่ำๆ เข้าไว้ อย่าเปลี่ยนโทนเป็นเสียงแหลมหรือตะโกน เพราะน้องอาจคิดว่าเป็นการท้าทาย และเสียงสูง ทำให้ดูเหมือนคุณดูอ่อนแอ
8 อย่าจ้องตาสุนัขตรงๆ
มองหน้ามันไว้น่ะดี แต่อย่าจ้องตานานๆ น้องอาจคิดว่าคุณท้าทายอำนาจสุนัข ให้สลับมองรอบๆ แทน
9 ถ้าจะหนี อย่าหันหลังให้
การหันหลังให้หมา อาจถูกตีความว่าเป็นการยอมแพ้แล้ว หรือเปิดช่องให้โจมตี ในโลกของพวกมันจะไม่หันหลังให้ศัตรูเด็ดขาด
10 แม้เหมือนคลี่คลาย แต่อย่ารีบกลับไปวิ่งต่อทันที
จนกว่าจะแน่ใจว่า ต่างคนต่างไปแล้ว หมาหันไปทางอื่นแล้ว ค่อยเริ่มวิ่งใหม่
แต่ถ้ามันยังตามอยู่ ให้เดินถอยห่างโดยหันหน้าเข้าหามัน และใช้สิ่งกีดขวาง เช่น รั้ว รถ หรือมุมอาคาร เพื่อกันระยะ

สุดท้าย…หากหมาจะเล่นเราแน่แล้ว
หยิบฉวยอะไรใกล้ๆ ก้อนหิน ไม้ แม้แต่ขยำทรายขว้างไปหยุดมันก่อน
ถ้าเสียหลักล้มลง ให้ปกป้องลำคอไว้ก่อน โดนตรงนี้อาจถึงตาย
ถ้าไม่จำเป็น อย่าโจมตีมันก่อน จะทำให้น้องดุขึ้น
แล้วถ้าถูกกัดแล้ว ให้พยายามตีที่จมูก ท้อง หรือขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดอ่อน
ถ้ายังเลวร้าย ให้บีบคอมัน อย่ากลัวมันตาย กลัวเราตายไว้ก่อน
ทางเลือกที่ดี สำหรับป้องกัน เช่น เครื่องส่งเสียงอัลตราโซนิก นกหวีด หรือสิ่งที่ขว้างได้ เพื่อใช้ป้องกันตัว
ถ้าโดนกัดแล้ว ไปหาหมอเลย เผื่อเจอพิษสุนัขบ้า
หากถูกกัดแล้ว ต้องรีบพบแพทย์ทันที และอาจต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
บทสรุป
โอกาสถูกสุนัขโจมตีนั้นมี แต่ไม่มาก ส่วนใหญ่สุนัขจะวิ่งตามเพราะสัญชาตญาณหรือความสนใจสิ่งที่เคลื่อนไหว
ถ้าเห็นท่าไม่ดี ควรชะลอเป็นเดินและเมินเฉย ถ้าไม่ได้ผลให้ทำเสียงต่ำใส่ และใช้สิ่งที่มีป้องกันตัว
อย่าแสดงอาการ ทั้ง “กลัว” หรือ “ก้าวร้าว” เช่น การตะโกน โบกมือ หรือจ้องตา
ย้ำอีกที ถ้าโดนทำร้าย ป้องกันคอไว้ก่อน
โดนกัดแล้วไปหาหมอ
ขอให้วิ่งกันแบบปลอดภัย น่องสวยกลับบ้านครับ.



