ที่รัฐสภา  มีการประชุม กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา “สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ว่า ได้พิจารณาที่มาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สรุปว่า ให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งตามขั้นตอนที่พรรค ปชน. เสนอ คือให้ใช้การรวมกลุ่มของสมาชิกรัฐสภา จำนวน 20 คนเพื่อเลือก  กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 1 คน ( สมาชิกสภา 700 คน หาร 20 จะได้ กมธ.35 คน)  คาดว่าที่ประชุมจะสนับสนุน

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.  โฆษก กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา แถลงว่า นอกจาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะให้มี “กรรมการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จำนวน 35 คน” แทนสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ   ประเด็นต่อไปจะหารือในรายละเอียดที่มาของกรรมการทั้งสองชุด  คุณสมบัติ บทบาทของกรรมการทั้งสองชุด ซึ่งมีความแตกต่างกัน

“กมธ.ได้คุยในหลักการว่าจะออกแบบกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ให้มีบทบาทมากที่สุด  ชดเชยการไม่มีคูหาเลือกตั้งได้ ( หมายถึงไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จึงหาแนวทางมีส่วนร่วมอื่น ) และมีมาตรการป้องกันที่จะเกิดความเสี่ยงที่ทำให้เสียงข้างมากของรัฐสภาลากไป  ซึ่งเป็นกระบวนการที่ป้องกันการครอบงำของฝ่ายการเมือง”

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. โฆษก กมธ. กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาของ กมธ. กำหนดว่าภายในวันที่ 14 พ.ย. นี้จะทำเนื้อหาให้เสร็จสิ้น จากนั้น วันที่  18-19 พ.ย.นี้  จะเชิญผู้เสนอคำแปรญัตติให้เข้าชี้แจง และเมื่อทำเสร็จแล้วจะกำหนดวันประชุมร่วมกันของรัฐสภา เบื้องต้นจะเป็นการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ

ด้านความเคลื่อนไหวของ “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568 – 2569 นายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า  ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นแนวรบใหม่ของทุกประเทศ   หากเศรษฐกิจสั่นคลอน ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ความไม่พอใจในสังคมก็จะขยายตัวเป็นความปั่นป่วนมีผลต่อเสถียรภาพทางด้านการเมืองสังคม

“ภาครัฐจึงต้องสร้างเศรษฐกิจที่ไม่พึ่งพาภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่ต้องเป็นเศรษฐกิจที่มีความสมดุลเสมอภาค รัฐบาลนี้ มุ่งเน้นการประคับประคอง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อย ให้พวกเขามีกำลังพอที่จะยืนได้ด้วยตนเอง อย่างเช่นโครงการคนละครึ่งพลัส  ไม่ใช่เพียงผู้ซื้อเข้าถึงช่องทางการค้าขายออนไลน์ เป็นการเปิดประตูทางอากาศใหม่ ๆ อบรมให้มีความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่  เปรียบเสมือนการให้เบ็ดตกปลาไม่ใช่การให้โครงการแจกเงินเพราะเราต้องการให้คนทุกกลุ่มรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของความมั่นคงร่วมกัน”นายกฯ กล่าว

“รัฐบาลกำลังที่จะเร่งปฏิรูปกฎหมายต่างๆ เพื่อให้เอื้อต่อผู้ประกอบการ ภาคเอกชนคงได้ยินแล้วว่ากิโยตินทางกฎหมาย  โดย ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้รับผิดชอบ ที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์ โน้มน้าวคนเก่าๆ ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย” 

“มีข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการประจำหลายคน พูดว่าเอื้อเอกชน แต่ที่พูดไปลืมว่าเงินเดือนข้าราชการก็มาจากแหล่งเหล่านี้  ถ้าเอกชนประกอบอาชีพประกอบกิจการแล้วเขาไม่มีผลกำไร ก็ขาดทุน ก็ไม่เสียภาษีและถ้าเก๋าขึ้นไปกว่านั้น เขาขอภาษีคืนด้วยเพราะก่อนหน้านี้ เสียแวตไปก่อน บางทีจ่ายเกินไป อธิบดีสรรพากรก็เก่งดึงให้ช้า ทำให้สภาพคล่องทางการเงินของภาคเอกชนนั้นตึง หลายครั้งที่นายก-รัฐบาลต้องเชิญอธิบดีต่าง ๆ ช่วยเร่งทำสัญญาเร่งจ่ายเพราะเงินไม่เข้าสู่ในระบบ”นายกฯ กล่าว

“ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ย้ายข้าราชการ ตําแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น (ตําแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัด) จํานวน 11 ราย (ตามคําสั่ง ที่ 3388/ 2568 ลงวันที่ 11 พ.ย.68) โดยกําหนดให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งในวันที่ 17 พ.ย. 68 มีรายงานข่าวว่า  เป็นการแต่งตั้งโยกย้ายไปก่อน เป็นการแต่งตัวสัมผัสงานในพื้นที่รอเป็น ผวจ.เพื่อรองรับการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้   รอง ผวจ. บางคนที่มีชื่อในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ เป็นการย้ายไปเพื่อไปรอเป็น ผวจ.ตัวจริงในอนาคต ที่จะมีคำสั่งออกมาอีกระลอกหนึ่งในคำสั่ง 20 ตำแหน่ง ( ผวจ.18 ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ 2 ตำแหน่ง ) ที่ยังว่างอยู่  

สำหรับคนที่คาดว่ารอขึ้นเป็น ผวจ.ในอนาคต อาทิ นายสุจินต์ วาจากิจ รอง ผวจ.สมุทรปราการ ที่ไปดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.พัทลุง นายปิยพงศ์ ชูวงค์ รอง ผวจ.อุดรธานี ที่ไปดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.ลําพูน นายอํานาจ เจริญศรี รอง ผวจ.ชลบุรี ที่ไปดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.สมุทรสาคร นายจําเริญ แหวนเพ็ชร รอง ผวจ.บุรีรัมย์ ที่ไปดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.สุรินทร์ นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ที่ไปดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.มหาสารคาม และน.ส.อรอาภา โล่ห์วีระ รอง ผวจ.หนองบัวลําภู ที่ไปดำรงตำแหน่งรอง ผวจ. พะเยา เป็นต้น