เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 68 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา แถลงถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อประเด็นที่มาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ว่า ที่ประชุมได้ลงมติข้างมากตัดสินให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ มีที่มาจากการสมัครของประชาชน และให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามเนื้อหาที่พรรคประชาชนเสนอให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ในรายละเอียดยังต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการเลือกเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ทั้งการเป็นตัวแทนเชิงพื้นที่ เชิงประเด็น หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ กมธ.พิจารณาแล้วเสร็จไปเมื่อ 12 พ.ย.นั้น พบว่ามีการบิดเบือนจากคนของพรรคเพื่อไทยที่บอกว่าพรรคประชาชนจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ปัดตก ส.ส.ร.  ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริง คือ  ส.ส.ร.ที่เสนอต่อที่ประชุม กมธ. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นจึงเป็นข้อเสนอที่ไม่มีค่า ส่วนโมเดลที่พรรคประชาชนเสนอต่อองค์กรร่างรัฐธรรมนูญคือให้มีการเลือกตั้ง แต่มติที่ประชุมไม่เอา จึงต้องหากลไกอื่น

“อย่าลืมว่าร่างหลักที่รับมาคือเป็นของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ส่วนร่างของพรรคเพื่อไทยปัดตกไปตั้งแต่แรก แต่มีมารยาทยังให้ผู้อาวุโสอภิปรายข้อดีข้อเสีย แต่ที่ผ่านมา เราพูดอย่าง ท่านพูดอีกอย่าง จนเวลาผ่านมาจนใกล้เงื่อนเวลามากแล้ว ผมอยากตั้งคำถามว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยมีเจตจำนงแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือถ่วงเวลา ทำให้มีปัญหา สงวนไว้ทุกมาตราเพื่อให้การอภิปรายวาระสองมีปัญหา และก่อหวอด สุดท้ายเพื่อตีตราว่าพรรคประชาชนไปร่วมกับพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นคนละเรื่อง และพยายามหาเหตุให้คว่ำ” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ใน กมธ. หากมีการถ่ายทอดสด จะเห็นบรรยากาศว่ากว่าจะขยับไปแต่ละเรื่อง พยายามหาทางให้ช้า และยาก เข้าใจว่าต้องการทำให้รอบคอบ แต่แบบนี้ก็ไม่ไหว เพราะมีพยายามบิด เหลี่ยมทุกดอก  ตนขอข้อร้องอย่าจั่วหัวผิดๆ และนายสมคิด เชื้อคง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้อยู่ใน กมธ. ไปรับฟังคนอื่นมา ตนมองว่าควรเป็น กมธ.เพื่อไทย ที่ควรออกมาพูด ส่วนคนนอกอย่ามาเสนอความเห็น

เมื่อถามว่า ในการโหวตเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มากกว่า ส.ส.ร. เพราะได้เสียงโหวตจาก กมธ.ของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย นายภัณฑิล กล่าวว่า เพราะเป็นเนื้อหาในร่างหลักที่รัฐสภารับมา.