เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีของชาวนาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ช่วงนี้ พบว่านำข้าวเปลือกที่ได้จากการจ้างรถเกี่ยวข้าว นำมาผึ่งแดดไว้ตามพื้นที่ว่างเปล่า เช่น ริมถนน บริเวณหน้าบ้านและลานวัด จากการสอบถามทราบว่า เพื่อชะลอการขาย เนื่องจากช่วงนี้ราคาตกต่ำมาก เพียง กก. ละ 6 บาท เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่นิยมขายข้าวเปลือกที่เกี่ยวสด ซึ่งจะถูกแหล่งรับซื้อหักค่าความชื้นและสิ่งเจือปน แต่หากนำมาผึ่งแดดให้แห้งและคัดแยกสิ่งเจือปนออกก่อนนำไปขาย จะได้ราคาสูงกว่า

นางเหมียว ศรีบุญมี อายุ 50 ปี ชาวนาบ้านหนองขาม ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หากนำข้าวไปขายในระยะนี้ขาดทุนแน่นอน เพราะเมล็ดข้าวเปลือกข้าวเหนียว ที่จ้างรถเกี่ยวยังไม่แห้งดี ต้องนำมาผึ่งแดดให้แห้งประมาณ 4-5 แดด และต้องนอนเฝ้าด้วย เนื่องจากต้องป้องกันการลักขโมย เพราะเคยมีเหตุการณ์โจรขโมยข้าวเปลือกของเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นการไม่ประมาทจึงต้องนอนเฝ้าลานตากข้าว เพราะสังคมทุกวันนี้ไว้ใจใครไม่ได้เลย โดยเฉพาะพวกลักเล็กขโมยน้อย และมีพฤติกรรมเสพยา

ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวนาหลายราย ที่นำข้าวเปลือกมาผึ่งแดด โดยให้เหตุผลเดียวกันคือชะลอการขาย เพราะขายข้าวเปลือกเกี่ยวสดขาดทุน เนื่องจากทุนในการทำนาสูงมาก มีทั้งค่ารถไถ ค่าพันธุ์ข้าว ค่าแรงงาน ค่าปุ๋ยเคมี ค่าน้ำมันสูบน้ำ เฉลี่ยไร่ละ 3,000 บาททีเดียว แต่ขายข้าวสดได้แค่ กก.ละ 6 บาท พื้นที่ 1 ไร่ หากได้ผลผลิตข้าว 400 กก. ได้เงิน 2,400 บาท ถือว่าขาดทุน แต่หากขายข้าวเปลือกแห้งได้ราคาสูงกว่าขายข้าวเปลือกเกี่ยวสด ยังมีโอกาสคืนทุนหรือได้กำไรบ้าง นอกจากนี้ยังแบ่งไว้เป็นอาหารในครัวเรือนด้วย จึงต้องนำมาผึ่งแดดให้แห้งดังกล่าว

แต่การนำเมล็ดข้าวเปลือกมาผึ่งแดด ตามริมถนนหรือบริเวณหน้าบ้าน ถึงแม้ข้าวเปลือกจะราคาต่ำ แต่ก็เป็นที่หมายปองของคนร้าย ที่จะแอบมาลักขโมยไปขายเพื่อนำเงินไปซื้อยาบ้าเสพ ทั้งนี้ ชาวนาบางคนยังบอกว่าปีที่ผ่านมาถูกโจรขโมยข้าวเปลือกไป 20 กระสอบทีเดียว ปีนี้ได้ผลผลิตข้าวน้อย ไม่นำไปขาย เพราะจะเก็บไว้กิน แต่หากนำไปผึ่งแดดที่อื่นรู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวจะถูกโจรมาลักขโมยเหมือนปีที่ผ่านมา จึงนามาผึ่งแดดในลานวัด ซึ่งมีประตูปิดมิดชิด มีพระเณรและสุนัขในวัดเป็นเพื่อนกันขโมย เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยกว่านำไปผึ่งแดดที่อื่น.



