นักการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่หนองบัวลำภู เปิดตัว น.ส.ประภาลักษณ์ สิทธิ หรือ สจ.กุ๊กไก่ เป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู เขต 3 “คุณหญิงหน่อย” กล่าวว่า หากตนได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าปราบโกงแบบไม่ประนีประนอม ผ่าน 5 มาตรการเข้มข้น ได้แก่ เพิ่มโทษประหารผู้ทุจริตร้ายแรง เปิดทางประชาชน 50,000 รายชื่อร่วมถอดถอนองค์กรอิสระ ตั้งองค์กรตรวจสอบทุจริตภาคประชาชน ทำงานคู่กับ ป.ป.ช.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระงับกฎหมายและระเบียบที่ขวางการทำมาหากิน และปรับลดขนาดระบบราชการเพื่อลดงบประมาณรั่วไหล ล้างบางคนเลวในระบบราชการและการเมืองให้จบใน 6 เดือน
ส่วนเรื่องความคืบหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยแสดงความเสียดายที่ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…)พ.ศ….รัฐสภา ไม่คงไว้ซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่ไปใช้กลไก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ควบคู่กับ กมธ.การมีส่วนร่วมของประชาชน
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า การมี ส.ส.ร.คือมีองค์กรในการจัดทำรัฐธรรมนูญเป็น 2 ชั้น ได้แก่ ชั้น ส.ส.ร.และชั้น กมธ.ยกร่าง กระบวนการที่จะเกิดขึ้นคือเมื่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาแล้วก็มาให้ ส.ส.ร.พิจารณาปรับปรุง แก้ไข และตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่ ก่อนส่งให้รัฐสภาพิจารณา ซึ่งรัฐสภาอาจจะเสนอความเห็นให้ ส.ส.ร.กลับไปแก้ไขปรับปรุงแล้วส่งกลับมาให้รัฐสภาเห็นชอบก่อนส่งไปทำประชามติ การมี ส.ส.ร.สามารถทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญได้มากกว่าไม่มี
ในกรณีที่ไม่มี ส.ส.ร.มากรองก่อน อาจมีการเสนอให้รัฐสภาพิจารณาโดยละเอียด เช่น ให้รัฐสภาพิจารณาแก้ไขปรับปรุงตามที่รัฐสภาเห็นสมควรก็ได้ ซึ่งนอกจากรัฐสภาจะต้องใช้เวลามากแล้ว ถึงขั้นนั้นรัฐสภาก็อาจจะถูกครหาได้ว่ากำลังทำเพื่ออำนาจของตนเองหรือไม่ การเปลี่ยนแปลงเป็น กมธ.ยกร่างโดยไม่มี ส.ส.ร.อาจทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการร่างรัฐธรรมนูญขาดกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการกำหนดหรือตัดสินใจ
ข้อถกเถียงที่ว่าเมื่อ สสร.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ไม่มีประโยชน์ที่จะมี ส.ส.ร. นั้น ไม่เป็นเหตุเป็นผลการมี ส.ส.ร.ไม่ได้อยู่ที่การมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น เช่น ส.ส.ร. ในปี 2539-2540 ก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นกัน”นายจาตุรนต์ โพสต์
“สส.แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ กล่าวว่า การพิจารณาของ กมธ. เหลือเรื่องคุณสมบัติและข้อห้ามของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงวิธีการทำงานร่วมกันของ กมธ.ยกร่างฯ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น จะเปิดสภาสมัยวิสามัญได้ต้นเดือน ธ.ค. แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่า กมธ.จะพิจารณาเสร็จเมื่อไร ยืนยันว่าไทม์ไลน์เสร็จภายในเดือนธ.ค. การลงมติในวาระสาม จะทันภายในเดือนธ.ค.นี้แน่นอน
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ จากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในภาคเหนือ ทำให้แม่น้ำในภาคเหนือเกิดการปนเปื้อนสารโลหะหนัก และได้ลามมาแม่น้ำโขง ภาคอีสานแล้ว “สส.ตี๋” ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ และรองโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า น้ำโขงอีสานเป็นพิษจากเหมืองต่างประเทศ จ.เลย-บึงกาฬ-หนองคาย-นครพนม ตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐาน รัฐบาลยังมัวแต่ตั้งคณะทำงาน ในประเทศไม่จัดการ นอกประเทศที่ต้นตอก็ไม่มีความคืบหน้า รัฐมนตรีต้องเลิกโดดประชุมเวทีนานาชาติ และเร่งเจรจาพหุภาคี ไทย-จีน-เมียนมา-ลาว เพื่อแก้ปัญหา
เรื่องปัญหาน้ำเป็นพิษ เรามักได้ยินข่าวเพียง น้ำกก น้ำสาย น้ำสาละวิน ในภาคเหนือ แต่ปัจจุบันปัญหานี้ลุกลามไปจนถึงภาคอีสานแล้ว กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐานในจุดตรวจทั้ง 4 จุด ที่จ.เลย-บึงกาฬ-หนองคาย-นครพนม แต่ทุกเวทีการประชุมของรัฐบาล กลับไม่พูดถึงปัญหาน้ำโขงเป็นพิษ เว็บไซต์หลักของ คพ. ก็ไม่เปิดเผยข้อมูลนี้ ผลการตรวจไปซ่อนอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของเว็บไซต์สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 9 อุดรธานี
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ตนได้อภิปรายต่อรัฐบาลไปอย่างชัดเจน ว่าต้องใช้เวที LMEC ที่มีไทย-จีน-เมียนมา-ลาว ในการเจรจาแก้ปัญหา ลงรายละเอียดให้ถึงวันที่เวทีเจรจาทั้งระดับอาเซียนและเวทีสิ่งแวดล้อมอาเซียน-จีน ที่รัฐบาลต้องดำเนินการซึ่งเป็นวันที่ 12 ต.ค. และ 21 ต.ค. ตามลำดับ แต่รัฐมนตรี กลับโดดประชุม มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงไปแทนทั้งสองเวที เสียโอกาสเจรจากับรัฐมนตรีของประเทศอื่นๆ
คพ. จากที่เคยตรวจน้ำกก สาย รวก ได้เดือนละ 2 ครั้ง ตอนนี้เจอน้ำสาละวินไปอีก บุคลากรก็มีเท่าเดิม เงินก็มีเท่าเดิม จะตรวจกันอย่างไรไหว ยังไม่ได้พูดถึงการตรวจข้าวนาปี ที่ใช้น้ำกก-สายในการปลูกข้าวกว่าแสนไร่ เก็บเกี่ยวกันไปแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าข้าวที่ใช้น้ำเหล่านั้นมีสารปนเปื้อนหรือไม่
การแก้ปัญหานี้ต้องทำสองทางไปพร้อมกันคือ 1) เจรจาแก้ปัญหาที่ต้นตอระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ของเหมืองแร่ และ 2) ป้องกันและบรรเทาผลกระทบภายในประเทศให้ได้มากที่สุด โดยใช้งบกลาง ศึกษากฎหมายของเมียนมา ลาว จีน ว่าเราสามารถดึงกฎหมายอะไรของแต่ละประเทศออกมาใช้แก้ปัญหามลพิษที่แหล่งกำเนิดในประเทศนั้นๆ
อีกเรื่องหนึ่ง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ว่า ล่าสุด มียอดใช้จ่ายแล้ว 37,928 ล้านราย แบ่งเป็นร้านค้าปก 37,175 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์ม ฟู้ด ดีลิเวอรี ที่ 753.4 ล้านบาท โดยมีร้านค้าผ่านการตรวจสอบแล้ว 931,311 แห่ง มีประชาชนใช้วงเงินหมดแล้ว 711,683 ราย
ส่วนกรณีเกิดปัญหาคนละครึ่งพลัส ในช่วงเช้าของวันที่ 15 พ.ย.68 สแกนใช้จ่ายไม่ได้เป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ เกิดจากจำนวนผู้ใช้งานหนาแน่น จนระบบประมวลผลคลาดเคลื่อน ซึ่งต่อมาธนาคารกรุงไทย ได้ดำเนินแก้ไขระบบอย่างรวดเร็ว จนขณะนี้ทุกพื้นที่ใช้งานได้ตามปกติ.
“ทีมข่าวการเมือง”



