สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่าการนำเข้าและส่งออกที่เกิดขึ้นพร้อมกันเหล่านี้ช่วยฉายภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเซินเจิ้นกับไทยที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นในปี 2568
ข้อมูลสถิติจากสำนักงานศุลกากรเซินเจิ้นระบุว่า การนำเข้าและส่งออกระหว่างเซินเจิ้นกับไทย ระหว่างเดือนม.ค.-ต.ค. 2568 สูงถึง 92,800 ล้านหยวน ( ราว 424,000 ล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียแบบบปีต่อปี และครองอันดับหนึ่งบนแผ่นดินใหญ่ของจีน ทั้งในด้านการนำเข้าและส่งออก
นายหลิวเฟิง ผู้จัดการฝ่ายศุลกากรของบีวายดี เปิดเผยว่า ปริมาณการส่งออกยานยนต์พลังงานใหม่ของบีวายดีสู่ไทยตั้งแต่ต้นปีนี้ สูงถึง 11,000 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งปัจจัยเกื้อหนุนการเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีจีน-สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) กอปรกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ( อาร์เซ็ป ) ซึ่งส่งมอบผลประโยชน์เชิงนโยบายร่วมกัน
สำนักงานศุลกากรเซินเจิ้นออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแก่ยานยนต์พลังงานใหม่ ( เอ็นอีวี ) และชิ้นส่วนยานยนต์ที่บีวายดีส่งออกสู่ไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้มากกว่า 700 ฉบับ คิดเป็นมูลค่า 690 ล้านหยวน ( ราว 3,150 ล้านบาท ) ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางภาษีศุลกากรของบริษัทผู้ประกอบการมากกว่า 30 ล้านหยวน ( ราว 137 ล้านบาท )
ขณะเดียวกันมูลค่าการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าจากเซินเจิ้นสู่ไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้รวมอยู่ที่ 1,280 ล้านหยวน ( ราว 5,850 ล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 99.1% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี สะท้อนศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์จีนระดับไฮเอนด์ในกระแสการเปลี่ยนผ่านสีเขียวอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
จุดเด่นของการส่งออกจากเซินเจิ้นสู่ไทยไม่ได้อยู่ที่ยานยนต์พลังงานใหม่อย่างเดียว แต่ยังมีสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ เช่น ก้านควบคุมโทรศัพท์มือถือประสิทธิภาพสูงของบริษัท เล่อฉาง เทคโนโลยี จำกัด ที่มียอดส่งออกสู่ไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งเป็นอานิสงส์จากกระแสนิยมผลิตคลิปวิดีโอสั้นที่พุ่งสูงในไทย
อนึ่ง วงจร “อุปสงค์ขับเคลื่อน+อุปทานตอบรับ” ลักษณะนี้เป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ ของการเชื่อมโยงการผลิตอัจฉริยะของเซินเจิ้นกับบรรดาตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อมูลสถิติระบุว่าช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ เซินเจิ้นส่งออกอุปกรณ์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์มูลค่า 4,130 ล้านหยวน ( ราว 18,900 ล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 25.3% และส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า 2,450 ล้านหยวน ( ราว 11,200 ล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 63.1% โดยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงและที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกำลังกลายเป็นกำลังหลักของการส่งออกสู่ไทย
สำหรับการนำเข้าของเซินเจิ้น มีสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากไทยทยอยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น เฉกเช่นมะพร้าวน้ำหอมสดใหม่ที่บริษัท การนำเข้าและส่งออกโอวเหิง จำกัด นำเข้าจากไทยโดยผ่านพิธีการศุลกากรที่สะดวกรวดเร็วของเซินเจิ้น ซึ่งเอื้อให้การนำเข้าในปีนี้เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี
ด้านบริษัท เทคโนโลยีอุตสาหกรรมผลไม้จอย วิง เมา จำกัด ได้รับประโยชน์จากพิธีการศุลกากรที่สะดวกรวดเร็วของเซินเจิ้นเช่นกัน ทำให้ทุเรียนสดที่นำเข้าจากไทยถูกกระจายสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ทั่วจีนภายในวันเดียว และปริมาณการนำเข้าผลไม้จากไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคมได้เพิ่มขึ้นราว 15% เมื่อเทียบปีต่อปี
โครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ ( เออีโอ ) ซึ่งจีนและไทยบังคับใช้ร่วมกันตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568 เพื่อรับรองผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ ได้ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองประเทศ เนื่องจากมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วม ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน การค้าระหว่างเซินเจิ้นกับไทยได้ก้าวหน้าสู่การบูรณาการห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเซินเจิ้นที่อาศัยนวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นแกนหลักได้ส่งออกยานยนต์พลังงานใหม่และอุปกรณ์อัจฉริยะ
ส่วนไทยที่มีทรัพยากรการเกษตรอุดมสมบูรณ์และตลาดผู้บริโภคที่ขยายตัวรวดเร็วกลายเป็นจุดหมายสำคัญของสินค้าจีนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งโมเดลที่เกื้อกูลและส่งมอบผลประโยชน์แก่ทุกฝ่ายนี้ไม่เพียงเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการค้าทวิภาคี แต่ยังเพิ่มพูนพลังสดใหม่สู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคด้วย.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



