วันนี้ สังคมกลับมาพูดถึง “อดีตนายกฯ แม้ว” กันมากอีกครั้ง จากที่อัยการมีมติอุทธรณ์คดี ม.112 และศาลฎีกามีคำสั่งยึดทรัพย์ที่เกิดจากการขายหุ้น ว่า เป็นทรัพย์สินของอดีตนายกฯ ที่ฝากไว้ที่ลูก

คาดว่า เพราะการที่เคย “ป่วยทิพย์” ทำให้ราชทัณฑ์ถึงกับต้องปรับกฎใหม่ให้รัดกุม  มีการเผยแพร่เอกสารบันทึกข้อความ กระทรวงยุติธรรมส่งไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรม  เรื่องขอให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวทาง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ การพิจารณาการพักการลงโทษ และการกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจำ ให้เป็นสถานที่คุมขัง  

ด้วยปรากฏว่า  ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง  การตีความระเบียบหลักเกณฑ์อาจก่อให้เกิดความไม่ชัดเจน จึงขอให้พิจารณาปรับปรุงกฎ ระเบียบ คือ  การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ  ใช้ดุลพินิจของพยาบาลเหมาะสมหรือไม่  แพทย์ควรเป็นผู้ทำการประเมินหรือไม่ แบบประเมินคัดกรองที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีมาตรฐานหรือไม่   

ให้ทบทวนการดำเนินการกับระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง  เพื่อลดโอกาสการใช้ดุลพินิจที่อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขัง  

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำ ต่อไปจะต้องมีการตรวจประเมินโดยแพทย์เท่านั้น จากเดิมที่พยาบาลทำได้  การส่งตัว ต้องตรวจสุขภาพรับรองให้ส่ง ณ ขณะเกิดเหตุที่ต้องส่งตัว ไม่ใช่ทำใบความเห็นมาล่วงหน้า

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ว่า แม้อัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คดี ม.112  กับนายทักษิณ  ในระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่  ก็ขอยื่นพักโทษได้  ต้องถูกจำคุกอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 6 เดือนเสียก่อน จึงจะสามารถขอพักโทษได้ โดยปกติตามระเบียบของกฎหมายจะต้องจำคุก 1 ใน 3

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษากลับเรียกเก็บภาษีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปกปิดการถือหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท ว่า  กรมสรรพากรมีแนวปฏิบัติในการฟ้องคดีในเรื่องเหล่านี้  แม้ทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ อัยการสูงสุดก็สืบทรัพย์ได้ เรื่องนี้ต่างจากการยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว เพราะรอบนี้สรรพากรเป็นโจทก์

นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี  กล่าวว่า  เมื่อฝ่ายลูกหนี้ทราบคำพิพากษาแล้ว ก็ต้องติดต่อชำระหนี้ต่อกรมสรรพากร ภายในระยะที่กฎหมายกำหนด แต่หากลูกหนี้ไม่ชำระ ก็จะเข้าสู่การดำเนินการ  เจ้าหนี้ซึ่งก็คือกรมสรรพากร ต้องเป็นผู้ร้องต่อศาลเพื่อให้มีหมายบังคับคดี โดยเจ้าหนี้ต้องดำเนินการสืบหาทรัพย์สินแล้วแจ้งให้กรมบังคับคดีทำการยึดอายัดขายทอดตลาดตามขั้นตอน 

ส่วนความเคลื่อนไหวเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง  ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้คะแนนตกต่ำ  เมื่อได้พบกับประชาชน เรารู้ว่าความนิยมของพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในระดับที่สูง  ส่วนกรณี “สส.กานต์” น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี ปรากฏภาพถ่ายร่วมโต๊ะอาหารกับนายเนวิน ชิดชอบ ที่พรรคภูมิใจไทย เราได้สอบถาม และต้องการเกิดความชัดเจน  แต่เมื่อเรารอแล้ว ยังไม่มีความชัดเจน  พรรคก็ต้องพิจารณาดูว่า มีผู้สมัครคนอื่นที่มีความเหมาะสมกว่าหรือไม่ เพราะเราจำเป็น เราจะรอบุคคลไม่ได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมมากในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากข้อมูลที่ได้รับมาเชื่อว่ามีคนตกเก้าอี้รัฐมนตรีแน่  ส่วนที่พรรคประชาชน (ปชน.) อ้างว่ายังไม่พบความเสียหายจากการบริหารประเทศของนายอนุทิน ก็เรื่องของเขา พรรคเพื่อไทยสามารถยื่นญัตติเองได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของพรรค ปชน. และอยากให้พรรค ปชน. หาจุดยืนของตัวเองให้เจอก่อนว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายค้ำ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ อดีต รมช.คมนาคม และอดีต สส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ภาพสวมเสื้อที่มีโลโก้พรรคประชาชน (ปชน.)  พร้อมข้อความแจ้งว่า ได้เข้ามาสังกัดพรรคส้มแล้ว นายอธิรัฐหรือแบงค์ เป็นลูกชายคนโตของนายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. โดยก่อนหน้านี้น้องชายของนายอธิรัฐ คือนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ อดีต สส.นครราชสีมา พรรค พปชร. และนายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ได้เปิดตัวร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  รองนายกฯ  และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ไม่ตอบกระแสข่าวนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขน สส.ในสังกัดย้ายเข้าพรรคกล้าธรรม และว่า พรรคกล้าธรรมจะเปิดตัวผู้สมัคร สส. ครั้งใหญ่พร้อมกันทั้งหมดในช่วงต้นเดือนหน้า  จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 400 เขต เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ยังครับ ยังอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นต่ออยู่”

อีกเรื่องหนึ่ง น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม. ว่า ที่ประชุม ครม.มติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอรับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทผู้บริหารระดับสูง คือนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) สำนักนายกรัฐมนตรี 

รับโอนนางรวีวรรณ ภูริเดช ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งผู้อำนวยการ สคทช. และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัด ทส. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป อนึ่ง นางชญานันท์ เพิ่งดำรงตำแหน่งปลัด ทส.ได้ราว 3 เดือน มาแทนนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ที่ออกไปเป็น รมว.พาณิชย์ สมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

นางรวีวรรณ ภูริเดช เป็นภริยาของนายณัฐภพ ภูริเดช พี่ชาย พล.อ.จักรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์  นางรวีวรรณเองก็เป็นลูกหม้อของ ทส. เคยเป็นเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) 

วันเดียวกัน  ที่ประชุม กกต.มีมติ 4-3 เสียง เลือกนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธาน กกต.คนใหม่ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจาก สว.ชุดปี 2567 ให้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต.คนใหม่ แทนนายอิทธิพร บุญประคอง ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ 

ทีมข่าวการเมือง