เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านอำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจ “หมอเจอ” ให้ความรู้เกี่ยวกับสัญญาณอันตรายของ “เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด” พร้อมยกกรณีของนักแสดงสาว เก้า สุภัสสรา เป็นตัวอย่างสำคัญ หลังมีอาการเลือดออกนอกเหนือรอบเดือนจนถึงขั้นวูบกลางงาน ตรวจพบเนื้องอกมดลูก และได้รับการรักษาทันท่วงที

นพ.เจษฎ์ระบุว่า ผู้หญิงจำนวนมากมักคิดว่าเลือดออกผิดจังหวะเป็นเพียงเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายหลายชนิด โดยชี้ว่า หากเลือดออก “ไม่เหมือนรอบเดือนปกติของตัวเอง” ถือว่าผิดปกติทั้งหมด และไม่ควรรอให้อาการหนักจึงไปพบแพทย์

แพทย์ได้แจกแจงรูปแบบของเลือดออกผิดปกติที่ควรเฝ้าระวัง อาทิ เลือดออกก่อนรอบจริง เลือดกะปริบกะปรอยทั้งเดือน เลือดออกหลังเพศสัมพันธ์ เลือดมากผิดปกติ หรือมีเลือดออกในวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น พร้อมชี้ว่าการปล่อยอาการให้เรื้อรังหลายเดือน อาจนำไปสู่ภาวะซีดเรื้อรังหรือพบโรคที่ควรได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงแรก

นพ.เจษฎ์ยังอธิบายสาเหตุที่ทำให้เลือดออกผิดปกติ ซึ่งมีตั้งแต่ความผิดปกติของมดลูก ฮอร์โมนแปรปรวน ไข่ไม่ตก ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อ โรคของระบบเลือด ไปจนถึงผลข้างเคียงจากยาคุมกำเนิดหรือห่วงอนามัย โดยสาเหตุที่พบมากจะแตกต่างไปตามช่วงอายุของผู้หญิง ตั้งแต่วัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ วัยก่อนหมดประจำเดือน ไปจนถึงวัยหลังหมดประจำเดือน ซึ่งหากมีเลือดออกในช่วงหลังนี้ ต้องตรวจหามะเร็งเป็นอันดับแรก

สำหรับอาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่ เลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1–2 ชั่วโมง เลือดออกหลังหมดประจำเดือน ปวดท้องรุนแรงร่วมกับเลือดออก โดยเฉพาะในผู้ตั้งครรภ์ เลือดออกนานเกิน 7–10 วัน รวมถึงอาการซีด หน้ามืด เหนื่อยง่าย หรือมีไข้ร่วมกับตกขาวผิดปกติ

นพ.เจษฎ์เน้นว่า เคสของเก้า สุภัสสรา เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า “เลือดออกผิดปกติ = ห้ามปล่อยทิ้งไว้” เพราะอาจลุกลามจนเกิดอันตรายได้ พร้อมฝากเตือนผู้หญิงทุกวัยว่า หากมีเลือดออกผิดเวลา ผิดลักษณะ หรือเป็นเรื้อรัง ควรตรวจเช็กให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาได้ทันตั้งแต่เริ่มต้น.