นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด(ปณท)  เปิดเผยว่า  ปณท ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ลาว จำกัด ประชุมความร่วมมือ  ด้านไปรษณีย์ครั้งที่ 29 เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสองชาติ และ  สร้างศักยภาพเศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซและการค้าระหว่างประเทศจากไทยสู่ สปป.ลาว ขยายบทบาท  ผู้นำโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน  โดยปัจจุบันการค้าชายแดนระหว่างไทยและ สปป.ลาว มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์เดือนกันยายนปี 68 พบว่ามูลค่าการค้ารวมระหว่างสองประเทศมีมูลค่ากว่า  23,952 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.8% ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของตลาด อีคอมเมิร์ซ  ในลาวที่มีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และบริการเก็บเงินปลายทาง (ซีโอดี) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ปัจจุบัน โครงสร้างด้านเครือข่ายขนส่งและระบบการชำระเงิน มีบทบาทสำคัญต่อ   การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง ดังนั้น ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์  ระหว่างไปรษณีย์ไทยและไปรษณีย์ลาว จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัล    ในกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี โดยเฉพาะในระเบียงเศรษฐกิจไทย–ลาว–จีน ซึ่งมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง   ตามแนวเส้นทางรถไฟจีน–ลาว ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวของโลจิสติกส์ทางบกอย่างมีนัยสำคัญ   ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Parcel Defined Logistics” เพื่อรองรับการจัดส่งพัสดุ  ทุกรูปแบบ ตั้งแต่สินค้าขนาดเล็กไปจนถึงสินค้ามูลค่าสูง”

นายดนันท์ กล่าวต่อว่า ไปรษณีย์ไทยและไปรษณีย์ลาว จึงเห็นความสำคัญที่จะขยายโอกาสเพื่อภาคธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทย-ลาว และภาคการค้าระหว่างประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักร่วมกัน 5 ด้าน เพื่อสร้างประโยชน์  ในระดับประเทศและภูมิภาค ได้แก่ 1. การยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานสากลของการขนส่งไปรษณีย์ ผ่านระบบส่งต่อถุงเมล์แบบปิด–เปิด ทั้งทางอากาศ ภาคพื้น และบริการ อีเอ็มเอส ข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว เชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีไอ) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและ   เพิ่มความโปร่งใสในการตรวจปล่อยสินค้า 2. การพัฒนาบริการ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โดยขยายบริการ บริการส่งพัสดุระหว่างประเทศแบบประหยัด และ ซีโอดี ไทย–ลาว–จีน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถส่งสินค้า ข้ามพรมแดนได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย    

3. การเสริมศักยภาพทางการเงินดิจิทัล ด้วยบริการ อี วอลเล็ต และช่องทางชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ 4. การสร้างภาพลักษณ์   ผ่านการตลาดและตราไปรษณียากร เพื่อสะท้อนมิตรภาพและวัฒนธรรมของสองประเทศ   ผ่านการจัดทำแสตมป์เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย–ลาว และ 5. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและ   การเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอบรมของทั้งสององค์กร”