ภายหลังจากเมื่อวันที่ 21 พ.ย. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมกันประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นการประชุมตามวงรอบ ซึ่งในช่วงหลังการประชุมนั้น รมว.ยุติธรรม ยังได้มีการหารือกับปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ถึงกรณีการตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรื่องการพบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 มาตรา 73 เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการและชี้แจงกับสื่อมวลชน นั้น
‘รมว.ยุติธรรม’ รับไม่ได้ปมคุก VIP เสื่อมเสีย เหยียบย่ำกระบวนการอย่างเลวร้าย
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ตนได้ประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ติดภารกิจราชการที่ภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ได้ทำการสอบสวนไปส่วนหนึ่งแล้วในเรื่องของผู้หญิงที่เข้ามาในเขตราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ ซึ่งตนและปลัดกระทรวงยุติธรรม ก็ได้พิจารณาสั่งการว่า จะมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมทำการสืบสวนในคดีนี้ และให้ประสานกับ ปปง. เพื่อดูเรื่องเส้นทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ในวันเสาร์ที่ 22 พ.ย. เวลา 09.00 น. ตนจะเข้าไปยังพื้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วนรายละเอียดในสำนวนก็ขออนุญาตสงวนเป็นความลับไว้ก่อน แต่จะคัดเอาส่วนที่เกี่ยวข้องไปพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
พล.ต.ท.รุทธพล เผยอีกว่า ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีกลุ่มผู้ต้องขังจีนเทารวม 200 ราย แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมี 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาของศาล แต่ประเภทคดีใดนั้นขอสงวนไว้ก่อน ขณะที่ในวันเกิดเหตุ พบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าเวรที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 6-7 คน นับแต่ประตูจนถึงห้องจุดเกิดเหตุ แต่อย่างไรพรุ่งนี้จะได้เข้าไปดูเรื่องแดนที่อยู่เดิมของ 2 ผู้ต้องขังจีนเทาด้วย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ห้องจุดเกิดเหตุเป็นห้องของผู้คุมเรือนจำฯ สภาพมีการแปลงสภาพห้อง ส่วนห้องของ ผบ.เรือนจำฯ อยู่ชั้นบน และส่วนจะพาหญิงสาวชาวจีนเข้าไปกี่ครั้งนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวน เพราะเราเพิ่งทราบในวันเกิดเหตุ ทั้งนี้ สำหรับสายลับที่เข้าไปสืบเรื่องดังกล่าวยังมีความปลอดภัย

พล.ต.ท.รุทธพล เผยต่อว่า ในส่วนของภาพกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุ 16 พ.ย.68 นั้นพบว่าได้มีการถูกลบไป แต่ขณะนี้สามารถกู้ไฟล์ได้บางส่วน ทำให้เรามีพยานหลักฐานพอสมควร โดยเป็นภาพที่ผู้ต้องขังเดินอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสิทธิที่จะเดิน แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบเป็นส่วน ๆ ไป ส่วนก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้หรือไม่นั้น ตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าเริ่มทำเมื่อไร
“นางแบบใช้เส้นทางปกติ ไม่ได้ใช้เส้นทางลัดแต่อย่างใด โดยเป็นสาวชาวจีน จำนวน 2 คน คาดว่าเจ้าหน้าที่ได้พานางแบบสาว 2 คนเข้าไปจากจุดด้านหน้าอาคาร และไม่ได้เข้ามาในช่องทางเยี่ยมญาติแต่อย่างใด โดยเข้ามาตอนกลางวัน ซึ่งเราได้มีการสอบปากคำนางแบบแล้ว โดยทั้งคู่ให้การว่ามาพบกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบริเวณนั้น ส่วนจะมีนางแบบรายอื่นหรือไม่นั้น เราพบเพียงในเวลาที่เกิดเหตุเท่านั้น คาดว่ามาด้วยความเต็มใจ โดยขณะนี้ได้มีการถ่ายรูปทำประวัติดูพาสปอร์ตไว้แล้ว แต่จะเดินทางออกนอกประเทศแล้วหรือไม่ ยังไม่ทราบ” รมว.ยุติธรรม ระบุ
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ผู้ต้องขังจีนเทาได้เสนอเงินให้เจ้าหน้าที่จำนวนเท่าไรนั้น ตนยังไม่ได้รับรายงาน นอกจากนั้น เช้าวันนี้ที่มีการส่งชุดจู่โจมเข้าตรวจค้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพิ่มเติมนั้น ตนยังไม่ทราบว่าเจออะไรบ้าง เราได้ประชุมเพียงเรื่องในวันเกิดเหตุเพื่อจัดระเบียบเรือนจำทั้ง 8 แดน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยืนยันจะไม่ปล่อยผ่าน โดยในพรุ่งนี้จะมีกำลังของดีเอสไอเข้าร่วมด้วย โดยจะดูในเรื่องคดีอาญา ส่วนเรื่องดำเนินการทางวินัยนั้น จะเป็นในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ต้องขังชาวจีน 2 ราย ได้ถูกย้ายไปอยู่ในเรือนจำอื่นแล้ว โดยพรุ่งนี้ตนจะไปดูรายละเอียดในห้องที่มีการดัดแปลงว่าเกิดขึ้นอย่างไร และดูทั้งหมด เพราะว่าเรื่องนี้ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย นอกจากนี้ ตนได้มีการสั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศจับตาดูผู้ต้องขังวีไอพีว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแบบนี้อีกหรือไม่.



