เมื่อวันที่ 21 พ.ย. หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ร่วมกับชุดสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ,  ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 , หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา , หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนจันทบุรี , ชุดรักษาความปลอดภัย ตำบลเทพนิมิตร รวม 60 นาย ได้ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายกัมพูชาจำนวน 40 นาย เพื่อสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 53–54 ได้จำนวน 3 หมุด (TM53-19 ถึง TM53-21) รวมระยะทาง 150 เมตร รวมปักได้ 136 หมุด จากทั้งหมด 166 หมุด คิดเป็น 81.93 เปอร์เซ็นต์ รวมระยะทาง 6.8 กิโลเมตร จากทั้งหมด 8.3 กิโลเมตร

ในช่วงบ่ายของวันนี้ (21 พ.ย. 2568) ชุดสำรวจ ฯ ของทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมกันจัดทำรายงานประจำวันเพื่อบันทึกผลการสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 52–59 โดยพบว่าพื้นที่ปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นสวนลำไยและสวนทุเรียน ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่บดบังสัญญาณดาวเทียม จีพีเอสอีกทั้งยังมีบางช่วงเป็นป่าหญ้ารกทึบ ทำให้การวัดพิกัดต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบและความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างชุดสำรวจทั้งสองฝ่า สำหรับแผนการปฏิบัติงานในวันที่ 22 พ.ย. เวลา 09.00 น. ทั้ง 2 ฝ่ายได้นัดพบกันที่หลักเขตแดนที่ 58 เพื่อดำเนินการปักหมุด TM57-39 ถึง TM57-47 ตามแผนที่วางไว้ร่วมกัน

การปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำเส้นเขตแดนบนพื้นดิน ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ในการแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ หมุดแต่ละหมุดทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงเชิงพิกัด เพื่อยืนยันตำแหน่งของเส้นเขตแดนอย่างถูกต้องก่อนนำไปสู่การติดตั้งหลักเขตแดนถาวรในลำดับต่อไป กระบวนการนี้ต้องอาศัยการปฏิบัติร่วมกันอย่างละเอียดระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อให้เส้นเขตแดนมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถใช้ประกอบการบริหารพื้นที่ชายแดนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพ ความมั่นคง ระหว่างไทย–กัมพูชา