เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (25 พ.ย.) กมธ. จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเนื้อหาที่รอการพิจารณา ซึ่งมีทั้งที่ต้องลงมติในชั้น กมธ. และการปรับแก้ไขถ้อยคำตามที่กฤษฎีกาเสนอ จากนั้นในวันที่ 26 พ.ย. ช่วงเช้าได้เชิญผู้ที่แปรญัตติเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงประกอบคำแปรญัตติ โดยมีผู้เสนอคำแปรญัตติทั้งสิ้น 5 คน แบ่งเป็น สส. 1 คน และ สว. 4 คน เบื้องต้นคาดว่า กมธ. จะพิจารณาเนื้อหาทั้งฉบับให้แล้วเสร็จได้ตามกำหนดเวลาคือ วันที่ 26 พ.ย. นี้ ก่อนที่จะส่งรายงานของ กมธ. ให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าต้นสัปดาห์หน้า เพื่อให้บรรจุวาระการประชุมของรัฐสภา

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาที่รอลงการมติของ กมธ. นั้นมีหลายประเด็น ส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญ เช่น การกำหนดให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ กมธ.รับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องเว้นวรรคทางการเมือง ซึ่งเนื้อหาในร่างกำหนดให้เว้นวรรค 2 ปี แต่มี กมธ. ที่มีความเห็นต่างมองว่าควรกำหนดเวลาให้นานกว่านั้น  รวมไปถึงขั้นตอนหลังจากที่ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จ ในหลักการคือ ต้องส่งให้รัฐสภาพิจารณา ซึ่งมีข้อพิจารณาว่าจะให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หรือให้สามารถเสนอความเห็นเพื่อให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ก่อนส่งให้รัฐสภาลงมติอีกครั้งว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว สำหรับการลงมติตัดสินให้ใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่ง แต่มี กมธ. ที่เสนอความเห็นให้เพิ่มเติมใช้เกณฑ์ออกเสียงเห็นชอบส่วนของ สว. ร่วมด้วย ซึ่งทั้งหมดนั้นจะมีการพูดคุยและอาจปรับเนื้อหาได้

เมื่อถามถึง ข้อเสนอของ กมธ. ฝั่งพรรคเพื่อไทย ที่ขอให้ทบทวนรายละเอียดบางมาตรา นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า มีการขอเสนอให้ทบทวนโดยยื่นเป็นหนังสือเป็นในส่วนของสูตรการได้มาซึ่ง กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ คือ 20 หยิบ 1 ซึ่งที่ประชุมได้ประชุมอภิปรายมาหลายวัน แต่ไม่มีข้อเสนออื่นที่แตกต่าง แม้จะมีการช่วยออกแบบ แต่การประชุม กมธ. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เห็นความจำเป็นต้องทบทวน อีกทั้งการพิจารณามีหลายมาตราที่รอลงมติ 

เมื่อถามว่า ส่วนการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาวาระสอง ที่คาดว่าจะเป็นวันที่ 10-11 ธ.ค. นี้ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ไม่ติดอะไร เพราะยังอยู่ในกรอบไทม์ไลน์ และการลงมติวาระสามจะยังอยู่ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้

เมื่อถามว่า กังวลว่าจะยุบสภาก่อนหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นที่กังวลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ กมธ. ซึ่ง กมธ. พยายามทำให้เสร็จภายในเดือน พ.ย. นี้ ขณะที่ประเด็นการยุบสภา ตนขอวิงวอนไปยังฝ่ายการเมือง ว่า อย่าเล่นเกมการเมืองมากเกินไป เพราะขณะนี้ประชาชนกำลังรอคอยการไปใช้สิทธิลงประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใน 2 ประเด็นคำถาม

“อย่าให้เกมการเมืองเป็นอุปสรรคต่อเจตนารมณ์ของประชาชน หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น อาจมีคำถามจากประชาชนต่อพรรคการเมืองที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสะดุดลง ดังนั้นอย่าทำให้เจตจำนงของประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเสียไป” นายนรเศรษฐ์ ​กล่าว.