นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือร่วมกับเลขาธิการอีอีซี และผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เกี่ยวกับการสร้าง “ศูนย์กีฬานานาชาติ” ในเขตอีอีซี จ.ชลบุรี โดยได้เร่งรัดให้ดำเนินการ เพื่อเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จะจูงใจให้เอกชนเร่งลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เพราะหากศูนย์กีฬานี้เกิดขึ้น จะสร้างแรงงาน พร้อมโอกาสการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนคน และเดินทางด้วยรถไฟไฮสปีดเพิ่มมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงเฉพาะนักท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) อีอีซี ต้นเดือน ธ.ค. 2568 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะรายงานให้ทราบถึงการเตรียมเสนอเรื่องการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาว่าจะแก้ไข หรือไม่แก้ไขสัญญาฯ ซึ่งต้องให้จบภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อให้โครงการได้เดินหน้าต่อได้ อย่างไรก็ตามศูนย์กีฬาฯ จะอยู่ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ประมาณ 1,500 ไร่ มีรถไฟไฮสปีดเดินรถผ่าน ซึ่งศูนย์แห่งนี้เบื้องต้นจะมีทุกอย่างครบวงจร นอกจากสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่มีความจุระดับ 8 หมื่นที่นั่งแล้ว ยังมีสนามกีฬาในร่ม ความจุไม่น้อยกว่า 5 พันคน และสามารถแปลงสภาพให้เป็นห้องประชุม รองรับการจัดประชุม MICE ได้ด้วย
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีสนามแข่งรถ, บ้านพักนักกีฬา, โรงแรมระดับ 5 ดาว และร้านค้าร้านอาหาร อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ อีอีซี และ กกท. จะว่าจ้างศึกษาวงเงิน 2 ล้านบาท พร้อมทั้งจัดทำแผนรายละเอียดต่างๆ ของศูนย์กีฬาฯ ว่าจะประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน ก่อนเสนอ ครม. พิจารณา เบื้องต้นจะให้เริ่มดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ในปี 2569 ขณะเดียวกันยังมอบให้อีอีซี จัดซื้อที่ดินเพิ่มอีกประมาณ 2-3 พันไร่ เพื่อรองรับการพัฒนา และขยายตัวของศูนย์ฯ ในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าด้วย สำหรับอีอีซีจะเป็นผู้จัดสรรที่ดิน และดูแลพื้นที่ทั้งหมด ส่วนการลงทุนก่อสร้างสิ่งต่างๆ ภายในศูนย์ กกท. และเอกชน จะดำเนินการในรูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP)
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ต้องทำให้องค์ประกอบต่างๆ บนพื้นที่อีอีซี เกิดขึ้นได้พร้อมๆ กัน ซึ่งจะทำให้ทั้งท่าอากาศยานอู่ตะเภา และรถไฟไฮสปีดได้ประโยชน์ด้วย เพราะเป็นการดึงดูดให้มีคนมาใช้บริการทั้งสองส่วนมากขึ้น โดยจะเน้นให้อีอีซี เป็นการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ดึงดูดให้คนเดินทางเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน หรือรับชมกิจกรรมการกีฬา ซึ่งศูนย์กีฬาที่จะเกิดขึ้นนี้ จะได้มาตรฐานระดับโลก รองรับการขยายตัวจากสนามกีฬาราชมังคลา ที่กรุงเทพฯ เพราะปัจจุบันไม่สามารถขยายพื้นที่เพิ่มเติมได้แล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ต้นเดือน ธ.ค. 2568 จะมีการประชุมบอร์ดอีอีซี เพื่อเตรียมเสนอความเห็นสำนักงานอัยการสูงสุด โดยเฉพาะการดำเนินการตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งต้องมีภาระการเงิน ภาระงบประมาณที่ต้องจ่ายคืนค่าร่วมลงทุน รวมทั้งการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ ต่อที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณา โดยต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากมีการส่งสัญญาณแล้วว่ารัฐบาลจะยุบสภาก่อนกำหนดเดิมในปลายเดือน ม.ค. 2568 จึงได้เร่งรัดให้หน่วยงานราชการ หากจะส่งเรื่องเข้าพิจารณาใน ครม. ต้องดำเนินการให้ทันภายในวันที่ 9 ธ.ค. 2568.



