สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่า กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ว่า “มีความวิตกกังวลอย่างยิ่ง” ต่อเนื้อหาของข้อตกลงการค้าซึ่งสหรัฐและมาเลเซียลงนามร่วมกัน เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งหวังให้มาเลเซียพิจารณาเรื่องนี้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติในระยะยาว


ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุด้วยว่า มีการประชุมลักษณะเดียวกันกับเจ้าหน้าของที่กัมพูชา ที่กรุงพนมเปญด้วย ซึ่งผู้แทนค้าจีนเรียกร้องให้รัฐบาลพนมเปญจัดการกับข้อกังวลที่เกิดขึ้น


ข้อตกลงการค้าดังกล่าว ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตนีกัมพูชา มีถ้อยคำที่สนับสนุนให้ประเทศเหล่านี้ปรับนโยบายให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลวอชิงตันในประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ เช่น การควบคุมการส่งออก การตรวจสอบการลงทุน และมาตรการคว่ำบาตร


ภายใต้ข้อตกลงกับมาเลเซีย รัฐบาลกัวลาลัมเปอร์จะให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงสินค้าและบริการของสหรัฐ และคาดว่าจะปฏิบัติตามข้อจำกัดทางการค้าและการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีที่อ่อนไหวของสหรัฐ รวมถึงการสำรวจกลไก เพื่อทบทวนการลงทุนขาเข้าที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ


สำหรับกัมพูชา ข้อตกลงระบุให้มีการลดภาษีสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของสหรัฐทั้งหมด และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ และรายชื่อบริษัทที่ถูกแบน นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังตกลงที่จะยกระดับการค้าด้านกลาโหมกับสหรัฐ และปราบปรามการขนส่งสินค้าสวมสิทธิ


อนึ่ง ถือเป็นครั้งแรกที่จีนออกมาแสดงความไม่พอใจโดยตรงต่อข้อตกลงลักษณะนี้ ซึ่งผู้สันทัดกรณีมองว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากของชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการต้องประคองตัวระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก.

เครดิตภาพ : AFP