สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเวสต์ปาล์มบีช สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่า คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นขณะที่เขาประชุมผ่านระบบวิดีโอคอล กับกองกำลังสหรัฐที่ประจำการในทะเลแคริบเบียน ซึ่งมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดที่มีชื่อว่า “เซาเทิร์นสเปียร์” (Southern Spear)
อนึ่ง กองทัพสหรัฐดำเนินการโจมตีทางอากาศ ต่อเรือที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ลักลอบขนยาเสพติดในน่านน้ำสากล โดยไม่แสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างข้างต้น ซึ่งการโจมตีในทะเลแคริบเบียน และทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 83 ราย
นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันยังแสดงกำลังรบทางอากาศในภูมิภาคหลายครั้ง ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสั่งการให้เครื่องบินทิ้งระเบิดบี-52 และบี-1บี บินใกล้ชายฝั่งเวเนซุเอลา
ด้านทรัมป์อธิบายถึงความพยายามในการหยุดยั้งการลักลอบขนยาเสพติดว่า สหรัฐสามารถขัดขวางการลักลอบขนยาเสพติดทางทะเลได้แล้วประมาณ 85% และจะเริ่มปฏิบัติการปราบปรามทางบกในเร็ว ๆ นี้
แม้ทรัมป์กล่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า เขาเปิดกว้างที่จะเจรจากับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด แต่รัฐบาลวอชิงตันยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่มาดูโรเชื่อว่า ปฏิบัติการปราบปรามของสหรัฐ “มีเป้าหมายแอบแฝง” เพื่อโค่นล้มเขา พร้อมกับตอบโต้อย่างไม่เกรงกลัว รวมถึงจัดการซ้อมรบและการชุมนุมครั้งใหญ่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการสนับสนุนจากประชาชน.
เครดิตภาพ : AFP



