เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 พ.ย. ที่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ก่อนที่นายอนุทินและคณะ จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อมายังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเมื่อเดินทางถึง มีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และนายณรงค์พร ณ พัทลุง (นายกแป้น) นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ มารอรับ และรายงานสถานการณ์ ทันทีที่นายกฯ เดินทางถึง นายณรงค์พรได้เข้ามาไหว้ทักทาย ก่อนที่นายกฯ จะโอบไหล่นายณรงค์พร

ทั้งนี้นายอนุทินได้เดินทักทายประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงภายในค่ายเสนาณรงค์ โดยมีประชาชนหลายคนเดินมาหานายกฯ และบอกให้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย โดยนายกฯ ตอบกลับว่า “นี่ก็มาดูความช่วยเหลือต่างๆ” ก่อนที่ชาวบ้านจะอวยพรให้นายอนุทิน ให้กลับมาเป็นนายกฯ อีก
จากนั้นเวลา 13.35 น. นายอนุทิน เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมกล่าวว่า ตนขอบคุณ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ที่ได้ลงมาบัญชาการสถานการณ์เอง โดยได้มีการพูดคุยสื่อสารกับตนตลอดเวลา ตนขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งก็เห็นว่าได้จัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 7 แห่ง รอบจังหวัดสงขลา ตลอดถึงการเร่งดำเนินการระดมเจ้าหน้าที่นิติเวช เพื่อมาทำการดูแลผู้ที่เคราะห์ร้าย โดย รมว.สาธารณสุข รับดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือการเร่งคืนให้กับญาติ เพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้โดยเร็วที่สุด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องของการจัดตั้งศูนย์อพยพ ต้องขอชื่นชมจริงๆ ว่าภายในระยะเวลา 2-3 วัน เราสามารถจัดตั้งศูนย์ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะดูแลที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพียง 500 คน แต่ก็สามารถเพิ่มทวีคูณขึ้นไปถึง 8,000 คน ก็ถือเป็นผลงานและประสิทธิภาพอันยิ่งใหญ่ ซึ่งตนจะกลับไปเร่งให้ทางหน่วยงานหารือเรื่องผู้ประสบภัย โดยในรายย่อยจะให้ทำการเสนอการสนับสนุนผ่านทาง ผวจ.สงขลา ในเรื่องของงบฉุกเฉินเรามีอยู่แล้ว หากไม่พอก็จะใช้งบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรีมาดำเนินการให้เต็มที่ ส่วนผู้ประสบภัยที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตนได้หารือกับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแล้ว และหารือกับทางผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแล้วว่าการที่ต้องดูแลคนอื่น 8,000 คนนั้นที่จะขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณ ก็สามารถเสนอให้หน่วยงานนั้นเป็นผู้รับงบประมาณได้โดยตรง เพื่อจะได้แบ่งเบาภาระได้
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการช่วยเหลือดูแลประชาชน ตนยังได้รับรายงานว่ายังมีบางจุด บริเวณเขต 8 ยังมีระดับน้ำท่วมอยู่ ขอความกรุณาให้เร่งนำความช่วยเหลือทั้งหลายเข้ามาดำเนินการอย่างเต็มที่ และพื้นที่ตรงไหนที่ยังมีน้ำอยู่ก็ต้องถือเป็นความสำคัญลำดับแรก แต่อย่างไรก็ตามจากรายงานและจากการตรวจสอบด้วยตัวเองก็ได้รับทราบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และวันนี้เราจะพูดในหมวดของการฟื้นฟู เพราะเชื่อว่าระดับน้ำลดลงไปตามลำดับและจากพยากรณ์อากาศพบว่าปริมาณน้ำฝนไม่มีมากเท่ากับช่วงสัปดาห์ที่แล้ว จึงอยากให้เริ่มในกระบวนการฟื้นฟู ซึ่งก็ต้องเริ่มตั้งแต่คืนประชาชนกลับสู่เคหสถานโดยเร็วที่สุด เพราะตนเชื่อว่าในระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ทุกข์ทรมานของประชาชน ที่ต้องออกจากบ้านเรือน เคหสถาน ตลอดจนประชาชนที่ติดอยู่ในเคหสถานด้วย ดังนั้นตอนนี้เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือดูแลประชาชนด้านสุขภาพ ผู้ที่ติดอยู่ในเคหสถานนำเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วที่สุดและประชาชนที่อยู่ศูนย์อพยพก็ให้คืนเขากลับบ้าน แต่หากจะให้กลับไปตอนนี้นั้นก็อาจจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากบ้านเรือนยังเสียหาย ตนจึงได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อจัดตั้งทีมเข้าไปช่วย ทำความสะอาด (เฮาส์คลีนนิ่ง) บ้านเรือนของประชาชนกลับคืนสู่สภาพที่อยู่ได้ก่อน แต่ยังไม่ถึงขั้นซ่อมจนเรียบร้อย โดยจะใช้วิธีการดำเนินการระดมทีมเข้าไป

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เราได้มีการระดมทีมจากกองทัพ อาสาสมัครต่างๆ เข้าไปดำเนินการ ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์หรือ 10 วัน โดยได้ใช้โมเดลในสมัยการแพร่ระบาดของโควิด -19 เพราะสภาพของประชาชนที่ไปอยู่ตามศูนย์ประสบภัยอยู่ได้ แต่หากจะให้อยู่เป็นระยะเวลานานไม่ได้ เพราะด้วยสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่หรือความเป็นส่วนตัว หากเราสามารถที่จะช่วยเหลือเขาได้ ตนจึงตัดสินใจที่จะดำเนินการดูแลกับประชาชน ก่อนที่จะให้เขากลับบ้าน โดยให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการสำรวจให้คนเหล่านั้นได้ไปพักโรงแรมต่างๆ ทั่ว จ.สงขลา ในช่วงที่รอกลับเข้าบ้าน โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็กำหนดมาได้เลยว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่

“ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากอยู่ตรงนั้นนาน ทุกคนอยากกลับไปอยู่บ้าน ถือเป็นการช่วยเหลือกันหลายฝ่าย เพื่อทำให้ประชาชนได้อยู่กันเป็นสัดส่วนและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ลดภาระของพวกเราในการจัดเตรียมอาหาร ในการดูแลด้านอื่นๆ ซึ่งก็คงจะเหลือเพียงคนเจ็บ คนป่วยที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลสนาม ผมได้จัดสรรงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไว้แล้ว ได้กำชับให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรรรวมอาหาร 3 มื้อที่มีคุณภาพไว้ด้วย ถือว่าเราหาแขกไปให้ผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อให้เขาได้มีเงินทุนหมุนเวียนจากค่าที่พักที่เราจะดำเนินการให้ ถือเป็นการช่วยเหลือกันให้กับประชาชนทั้งหลายในช่วงที่รอก่อนจะกลับบ้าน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในเรื่องของการฟื้นฟูเมือง การเก็บ การล้างทำความสะอาด การแบ่งส่วนรับผิดชอบ ว่าใครรับผิดชอบตรงไหน ตนจะให้เวลา 7 วัน ในการดำเนินการในเรื่องนี้ หากติดขัดหรือติดปัญหาตรงไหนก็ขอให้ติดเป็นพื้นที่ แต่มองว่าคงไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคงมีพื้นที่ที่เราสามารถดำเนินการได้เรียบร้อย โดยเรื่องของเมืองเราจะต้องมีการบริหารจัดการ จากกรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยทหาร กรมทางหลวง เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผวจ.จะต้องเร่งจัดแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอย ซากปรักหักพัง ซากต้นไม้ และชิ้นส่วนต่างๆ ที่มากับน้ำ ดำเนินการเก็บกวาดให้หมดไป และตนอยากทราบว่าขยะเหล่านี้จะนำไปทิ้งไว้ที่ไหน จะมีการทำลายให้สิ้นซากไปหรือไม่ โดยนี่จะเป็นนโยบายและข้อสั่งการที่เราจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อคืนสภาพเมืองให้กับอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาให้เร็วที่สุด สำหรับเรื่องของบุคลากรต่างๆ ที่จะมาดำเนินการในด้านนี้ ในเบื้องต้นตนได้ขอให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง นำกำลังพลกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จากทั่วประเทศเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้เบื้องต้นรวม 2,000 คน และจะต้องเติมเข้ามาเพิ่มอีก เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายอนุทิน กล่าวต่อถึงกรณีผู้เสียชีวิต ว่า ในส่วนของเรื่องผู้เสียชีวิต ก็ต้องเร่งดำเนินการกับบุคคลเหล่านั้น คืนให้ญาติโดยเร็วที่สุด โดยเร่งดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ให้รวดเร็ว แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งในสมัยที่เกิดเหตุที่จังหวัดหนองบัวลำภู เราสามารถที่จะชันสูตรได้ภายในช่วงข้ามคืน โดยขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งทราบว่าได้มีการระดมหน่วยแพทย์นิติเวชเข้ามา ต้องขอเร่งดำเนินการให้รวดเร็ว และต้องเคารพต่อผู้โชคร้ายเหล่านั้นไม่ให้อยู่เพื่อรอพิสูจน์อะไรที่ไม่จำเป็น หรือใช้เวลานาน เพราะไม่อยากเก็บไว้ในที่ที่ไม่สมควร จึงฝากไว้ให้คิดถึงประเด็นนี้เป็นหลัก โดยผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นได้จัดสรรงบประมาณแล้วว่าจะทำการจ่ายค่าชดเชยรายละ 2 ล้านบาท เพราะฉะนั้นการที่จะเร่งคืนร่างของทุกคนกลับไปให้ญาติ ก็จะทำให้กระบวนการดำเนินการการจ่ายค่าปลงศพได้อย่างรวดเร็ว โดยงบประมาณได้จัดสรรไว้เรียบร้อยแล้ว และเร่งสำรวจขอเลขบัญชีรวมถึงรายละเอียดต่างๆ เพื่อเราจะได้เร่งดำเนินการในส่วนที่เราทำได้ภายใต้การควบคุมอย่างเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับการเคลียร์ทรัพย์สินต่างๆ ที่ประชาชนเอามาหลบภัยที่กีดขวางการจราจร ซึ่งน้ำลดลงแล้ว ประชาชนสามารถนำสิ่งเหล่านี้คืนไปได้ ก็ให้เร่งดำเนินการ เรามีทะเบียนรถต่างๆ หากคนไหนยังไม่มาเคลื่อนย้ายก็ต้องสืบหา เพื่อเร่งให้เขามาเคลื่อนย้ายโดยเร็ว หรือหากมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปในที่ที่ปลอดภัยก็ให้ประสานแจ้งเจ้าของรถว่าจะสามารถไปรับรถได้ที่ไหน โดยเจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งไม่ได้ แต่หากไม่เคลื่อนย้ายก็ไม่ได้ เพราะถือว่ากีดขวางการจราจร ซึ่งขณะนี้เราจะไม่รอการบริจาค แต่หากมีผู้บริจาคมาก็ยินดี ทุกอย่างต้องเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูกลับสู่สภาพเมืองโดยเร็ว ส่วนกรณีการกลับเข้าไปในบ้าน ทุกคนจะทยอยกลับบ้าน การซ่อมแซมดูแลบ้านนั้นก็จะเกิดปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย การลักทรัพย์ ตนจึงขอฝากให้ทาง ผวจ. จัดชุดลาดตระเวนคอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน อาจร่วมมือกับทางอำเภอจัดชุดร่วมกับกองกำลังผสมระหว่างตำรวจกับ อส. ให้ช่วยดูแลบ้านเรือน เป็นการลาดตระเวนตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกาล ก็ขอให้ดำเนินการรัดกุม ซึ่งส่วนนี้ก็เกี่ยวข้องกับขวัญกำลังใจ หากมีโจรเข้ามาลักทรัพย์หรือขโมยสิ่งของก็เหมือนเป็นการซ้ำเติม แม้ว่าเราจะมีการดูแลชดเชย แต่เราก็ต้องรักษาสภาวะจิตใจของประชาชนอย่างเต็มที่.



