เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ ว่า ได้รับรายงานว่าขณะนี้ระดับน้ำรอบโรงพยาบาลหาดใหญ่ลดลงจนเริ่มฟื้นฟูระบบต่างๆ ได้ โดยระบบสื่อสาร กสทช. และเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เข้าติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ สามารถใช้งานได้ดี ระบบไฟฟ้า ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดตั้งเครื่องปั่นไฟขนาด 500 กิโลวัตต์ ระบบแก๊สทางการแพทย์ มีการเติมออกซิเจนเหลวปริมาณ 3 ตัน เพื่อใช้งานกับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องให้ออกซิเจนได้ ระบบห้องยา คงเหลือใช้ได้เฉพาะห้องยาผู้ป่วยใน อยู่ระหว่างวางแผนเปิดห้องยาผู้ป่วยนอกโดยใช้ห้องประชุมแทน ส่วนระบบห้องปฏิบัติการ (LAB) ใช้ได้เฉพาะแถบชุดตรวจ ได้ประสานห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลนาหม่อมและโรงพยาบาลสงขลา ช่วยตรวจในรายการที่จำเป็น

ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้รับการสนับสนุนบุคลากรจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช รวมถึงมีบุคลากรจากกรมการแพทย์มาปฏิบัติงานเพิ่มเติม ทำให้ยังสามารถให้บริการผู้ป่วยในที่คงเหลือ 297 คน ได้ โดยใช้อาคาร 600 เตียง เปิดให้บริการรวม 13 วอร์ด และจะมีการดึงข้อมูลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่ขาดนัดช่วงน้ำท่วม เพื่อติดตามอาการและจัดส่งยาให้ด้วย

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในส่วนการให้บริการของโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง เบื้องต้น ได้รับข้อมูลจาก 3 แห่ง ได้แก่ 1.โรงพยาบาลสนาม สนามบินหาดใหญ่ รับผิดชอบโดย รพ.สงขลา เปิดตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2568 รองรับได้ 50 เตียง ให้บริการผู้ป่วยสะสม 177 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยนอก 164 ราย ผู้ป่วยใน 13 ราย 2.โรงพยาบาลสนาม โรงเรียนวัดคลองแห รับผิดชอบโดย โรงพยาบาลระโนด เปิดตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. รองรับได้ 20 เตียง ให้บริการผู้ป่วยนอก 45 ราย และ 3. โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลรัตภูมิ รับผิดชอบโดย โรงพยาบาลพัทลุง เปิดวันนี้ รองรับได้ 100 เตียง ให้บริการผู้ป่วยใน 55 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการจัดส่งข้อมูล เนื่องด้วยระบบการสื่อสารยังไม่เสถียรมากนัก นอกจากนี้ ยังได้เปิดสายด่วน 1667 ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.