“ยอ” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ดังขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณมากมายต่อร่างกาย รวมถึงช่วยดูแลสุขภาพของสาวๆ “สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” มีสาระน่ารู้ฝากเกี่ยวกับ “ลูกยอ” ผลไม้เป็นยา พบได้ตามพื้นเมืองหลายประเทศ ในมาเลเซียเรียก “เมอกาดู (Mergadu)” บางประเทศเรียก “โนนิ (Noni)”

ตำรายาไทยมีการใช้ผลยอใน “พิกัดตรีผลสมุฎฐาน” คือการจำกัดจำนวนตัวยาที่มีผลเป็นที่ตั้ง 3 อย่าง มีผลมะตูม ผลยอ ผลผักชีลา สรรพคุณแก้สมุฎฐานแห่งตรีโทษ ขับลมต่างๆ แก้โรคไตพิการ

ประโยชน์ของยอ

มีทั้งในด้านการนำไปบริโภคเป็นอาหาร และการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพร

1. แก้คลื่นไส้ อาเจียน : การศึกษาการใช้น้ำยอในการระงับอาเจียน โดยเปรียบเทียบกับยา metoclopramide ซึ่งเป็นยาแก้อาเจียน และน้ำชา ในผู้ป่วยมาลาเรีย 92 ราย ที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน พบว่ายอลดอาการอาเจียนได้มากกว่าน้ำชา

2. ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เช่น Pseudomonas aeruginosa Proteus morgaii S Staphylococcus aureus Bacillus subtilis Escherichia coilSalmonella และ Shigella

3. ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส โดยสารจากรากของต้นยอ มีฤทธิ์ในการยังยั้งการเกิด cytopathic effect ของเชื้อเอชไอวี ต่อการ infect MT4 cell โดยไม่มีการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์

4. ฤทธิ์ต้านเชื้อวัณโรค มีการรายงานพบว่า ลูกยอสามารถกำจัดการติดเชื้อวัณโรคได้ 97 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับยา antibiotic เช่น Rifampcin

5. ฤทธิ์ระงับความปวด มีรายงานว่าสารสกัดจากรากยอมีฤทธิ์ระงับปวดในสัตว์ทดลอง

6. ช่วยลดการอักเสบของหลอดอาหารจากกรดไหลย้อน เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านการหลั่งของกรด ต้านการเกิดแผล และทำให้การบีบตัวของระบบทางเดินอาหารดีขึ้น

ประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้หญิง

@ ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดข้อลง โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ COX-1 และ COX-2 ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบและความปวดในร่างกาย

@ อาจช่วยป้องกันการสลายของกระดูกได้

@ ช่วยชะลอการเสื่อมของการได้ยิน โดยเฉพาะที่ความถี่สูง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกระดูกในหูที่แข็งแรงขึ้น

ข้อควรระวัง

1. สารโพรซีโรนินที่พบในน้ำลูกยอ ต้องการน้ำย่อยเปปซิน (Pepsin) และสภาพความเป็นกรดในกระเพาะ เพื่อเปลี่ยนเป็นซีโรนิน ดังนั้น หากรับประทานน้ำลูกยอขณะที่ท้องอิ่มแล้ว จะทำให้มีผลทางเภสัชของสารซีโรนินน้อยลง

2. คุณค่า และสรรพคุณน้ำลูกยอจะลดลง เมื่อรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์

3. การบดหรือการสกัดน้ำลูกยอไม่ควรทำให้เมล็ดยอแตก เพราะสารในเมล็ดยอมีฤทธิ์เป็นยาระบาย อาจทำให้ถ่ายบ่อยได้

4. ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรดื่มน้ำลูกยอ เพราะมีเกลือโปแตสเซียมสูง อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

5. สตรีมีครรภ์ไม่ควรบริโภคลูกยอ เพราะผลยอมีฤทธิ์ขับโลหิต อาจทำให้แท้งบุตรได้