สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า ผลการวิจัยของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) เผยให้เห็นว่า รายได้ที่ลดลงของบริษัททหารจีน สวนทางกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั่วโลก สำหรับบริษัทอาวุธและบริษัทบริการทางทหารรายใหญ่ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสงครามในยูเครนและฉนวนกาซา รวมถึงความตึงเครียดในระดับภูมิภาคและระดับโลก
“ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการจัดหาอาวุธของจีน นำไปสู่การเลื่อนหรือการยกเลิกสัญญาอาวุธที่สำคัญในปี 2567 ซึ่งสิ่งนี้เพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะของความพยายามในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยของจีน และขีดความสามารถใหม่ที่จะเกิดขึ้น” นายหนาน เทียน ผู้อำนวยการโครงการการใช้จ่ายทางทหารและการผลิตอาวุธ ของเอสไอพีอาร์ไอ กล่าว
China’s military firms struggle as corruption purge bites, report says https://t.co/6vL97LbYg1
— The Straits Times (@straits_times) November 30, 2025
อนึ่ง กองทัพปลดปล่อยประชาชน (พีแอลเอ) เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการปราบปรามการทุจริตในวงกว้าง ซึ่งสั่งการโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เมื่อปี 2555 และขยายขอบเขตไปยังตำแหน่งระดับสูงของกองทัพในปี 2566 เมื่อกองทัพจรวดตกเป็นเป้าหมาย
ข้อมูลจากเอสไอพีอาร์ไอ แสดงให้เห็นว่า รายได้ของบริษัททหารชั้นนำของจีน ลดลง 10% ในปี 2567 ขณะที่รายได้ของบริษัททหารของญี่ปุ่น เยอรมนี และสหรัฐ เพิ่มขึ้น 40%, 36% และ 3.8% ตามลำดับ
ทั้งนี้ รายได้อาวุธของจีนลดลง แม้งบประมาณกลาโหมของประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับรัฐบาลวอชิงตัน ตลอดจนความตึงเครียดเกี่ยวกับไต้หวัน และทะเลจีนใต้ที่เป็นข้อพิพาท.
เครดิตภาพ : REUTERS



