นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เรื่องนํ้าท่วมท่านนายกอนุทินเองได้ออกมายอมรับผิดและขอโทษประชาชนไปแล้ว แต่เรื่องราคาข้าวและรายได้ชาวนายังไม่เห็นรัฐบาลได้เริ่มลงมือทำงานจริงจังนอกจากการโฆษณาว่าสามารถขายข้าวบิ๊กล็อตแบบจีทูจีให้ต่างประเทศได้หลายแสนตัน
มาถึงขั้นนี้ นายกอนุทินและคุณศุภจี(รมต พาณิชย์และว่าที่แคนดิเดตนายก)น่าจะเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตัวเองได้ชัดเจนแล้วว่า ประชาชนเขาต้องการเห็นผลลัพธ์หรือผลผลิตที่ชัดเจนที่พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์จริงๆ เช่น รัฐบาลขายข้าวแบบจีทูจีและส่งออกได้แล้วกี่ตันในราคาเท่าไร มีผลทำให้ราคาข้าวเปลือกสูงที่ชาวนาขายได้จริงเท่าไรและราคาส่งออกข้าวสารที่เป็นรายได้เข้าประเทศเท่าไร
“ประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นผู้นำที่ขยันทำงานหามรุ่งหามคํ่าแต่ไม่ได้ผลที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด(ท่านน่าจะสรุปบทเรียนได้เองจากกรณีที่มีทัวร์กระหน่ำท่านนายกอนุทินโชว์ฝีมือปรุงอาหารเพื่อแจกผู้ประสบภัย”
นายยรรยงกล่าวว่า ขอทวงถามคุณศุภจีที่ได้ตีปี๊บผ่านสื่อว่า ได้เดินสายขายข้าวได้หลายแสนตันให้แก่รัฐบาลจีน สิงคโปร์และซาอุดิอาระเบีย นั้น เป็นเพียงลมปากหรือได้ทำสัญญาซื้อขายจริงแล้วและมีออเดอร์ซื้อข้าวจากจีน สิงคโปร์ ซาอุ แล้วจริงๆ กี่ตัน ถูกกดราคาหรือเปล่า รัฐบาลได้มอบให้หน่วยงานภาคเอกชนใดเป็นผู้จัดหาปรับปรุงและส่งมอบโดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยหรือสมาคมโรงสีข้าวไทย ขณะนี้ส่งมอบได้แล้วกี่ตันและใช้ระยะเวลายาวนานเท่าใด
เพราะถ้ากำหนดระยะส่งมอบนานหลายปีหรือจนพ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้ว การส่งออกข้าวแบบจีทูจีก็จะไม่เป็นผลดีต่อชาวนาแต่อย่างใดเพราะข้าวหลุดมือพวกเขาไปแล้ว
สถานการณ์ราคาข้าวในช่วงนี้ไม่ได้พุ่งสูงขึ้นตามที่รัฐบาลพยายามประโคมข่าวผ่านสื่ออยู่ในขณะนี้ ซึ่งอาจสรุปได้ในภาพรวมคือ ราคาข้าวเปลือกเจ้า 5%ช่วงรัฐบาลอนุทินยังตกตํ่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิขณะนี้กระเตื้องดีขึ้นใกล้เคียงกับช่วงรัฐบาลเศรษฐาในช่วงเดือน พ.ย. 66 พอสรุปได้ดังนี้
ราคาข้าวเปลือกในปัจจุบัน (ปลายเดือน พ.ย. 2568) เทียบกับช่วงเริ่มต้นรัฐบาลเศรษฐา (พ.ย. 2566)
1. ราคาข้าวเปลือกเจ้า 5%
| รายละเอียด | ปลาย พ.ย. 2568 | ช่วงรัฐบาลเศรษฐา (พ.ย. 2566) |
| ความชื้น 25% | ตันละ 5,100 – 5,800 บาท | ตันละ 9,500 – 11,500 บาท |
| ความชื้น 15% | ตันละ 6,300 – 6,900 บาท | ตันละ 11,200 – 12,500 บาท |
2. ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ
| รายละเอียด | ปลาย พ.ย. 2568 | ช่วงรัฐบาลเศรษฐา (พ.ย. 2566) |
| ความชื้น 25% | ตันละ 12,000 – 13,500 บาท | ตันละ 11,590 – 12,500 บาท |
| ความชื้น 15% | ตันละ 13,500 – 16,000 บาท | ตันละ 13,500 – 16,500 บาท |
นายยรรยงกล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเห็นตรงกันว่า รัฐบาลอนุทินล่าช้ามากในการช่วยเหลือชาวนา โดยเพิ่งเริ่มประชุม นบข ครั้งแรก เมื่อ 18 พย (2 เดือนหลังตั้ง ครม หรือครึ่งเทอมของรัฐบาล) หลังจากที่ชาวนาได้เก็บเกี่ยวและขายข้าวเปลือกเจ้าไปเกือบหมดในราคาขาดทุนและขาวนาอีสานและภาคเหนือเริ่มเก็บเกี่ยวและขายข้าวหอมมะลิในราคาตํ่าไปมากแล้ว
นอกจากนี้ มาตรการที่รัฐบาลจะช่วยพยุงราคาเป็นมาตรการเดิมๆที่รัฐบาลก่อนๆทำมาแล้วทั้งสิ้น เช่น ชดเชยค่าจัดเก็บข้าวเพื่อชะลอการขาย ก็ยังไม่ได้ดำเนินการเพราะยังทำไม่ได้เพราะ ครม.ยังไม่ได้อนุมัติ
“ผมเองรู้สึกผิดหวังในรัฐบาลอนุทินและคุณศุภจีมาก เพราะเคยตั้งความคาดหวังไว้สูงมาก แต่เมื่อได้ติดตามดูการทำงานโดยละเอียดแล้ว ผมจึงฟันธงได้ว่ารัฐบาลอนุทินล้มเหลวในการบริหารประเทศ ทั้งเรื่องแก้ไขปัญหานํ้าท่วมหาดใหญ่และภาคใต้ และการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำและรายได้เกษตรกร”
ในขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารและเห็นใจพี่น้องชาวนาทั่วทั้งประเทศและพี่น้องชาวนาใต้และหาดใหญ่ที่ต้องมารับเคราะห์เพราะรัฐบาลที่ไร้ฝีมือที่พวกเขาไม่ได้เลือกให้เข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศแต่เข้ามาด้วยอุบัติเหตุทางการเมือง



