เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงถึงประเด็นการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียและกลิ่นด้วยการใช้ EM ว่า ทุกท่านทราบดีว่าในกรณีที่น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่มีการพูดถึงการแก้ปัญหาน้ำเสียโดยการใช้ EM  จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งสองท่านคือ นายเจนยุกต์ โล่ห์วัชรินทร์ หัวหน้าภาควิชาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.ส.เบญจพร สุวรรณศิลป์ โดยทั้งสองท่านมาในนามเครือข่ายกลุ่มนักวิชาการวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมทั้งหมด 71 คน ซึ่งมีความเห็นตรงกันในเรื่องประสิทธิภาพการใช้ EM ในการบริหารจัดการกลิ่น และจำเป็นต้องมีการศึกษาทางวิชาการ

นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อว่า  ทั้งนี้ คณะ กมธ.การที่ดินฯ ได้ลงพื้นที่ใน จ.สระบุรี และพบว่ามีการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาให้กับ จ.สระบุรี ทางหน่วยงานท้องถิ่นและจ.สระบุรี ได้แนะนำให้ใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดพรมบริเวณแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ทำให้น้ำเสียสกปรกมากขึ้นและมีความเสี่ยงที่ค่าคุณภาพน้ำจะลดลง ในขณะเดียวกันหลุมฝังกลบขยะที่พบปัญหาในปัจจุบันมีจำนวนกว่า 2,000 แห่ง และมีการร้องเรียนเรื่องกลิ่นทุกแห่ง หน่วยงานท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชนได้เสนอวิธีแก้ปัญหาโดยการใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดพรมบริเวณหลุมฝังกลบ ไม่ได้คำนึงถึงการจัดการด้านเทคนิค การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและยังคงมีปัญหาเรื่องของกลิ่นเช่นเดิม

นายพูนศักดิ์ กล่าวอีกว่า จึงควรจัดการปัญหาที่ต้นทางคือการควบคุมแก๊สที่เกิดขึ้นจากกระบวนการฝังกลบ จนถึงเหตุการณ์ล่าสุด น้ำท่วมที่หาดใหญ่ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการเร่งด่วนให้หน่วยงานในสังกัดผลิตน้ำหมักชีวภาพประมาณ 140,000 ลิตร เพื่อนำไปฉีดพรมตามบริเวณจุดที่มีน้ำท่วมขัง กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ ตนมองว่าควรจะแก้ไขปัญหาที่ต้นทางเป็นหลัก จึงต้องการให้หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักที่ควรชี้แจงและนำข้อมูลทางด้านวิชาการมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์รวมถึงแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งเป็นการจัดการปัญหาที่ยั่งยืนมากกว่าการจัดการปัญหาที่ปลายทางโดยการใช้ EM และน้ำหมักชีวภาพมาฉีดในพื้นที่

ด้าน น.ส.เบญจพร กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วน้ำเสียหรือน้ำเน่า คือน้ำที่มีสารอินทรีย์เป็นสีปนเปื้อนสูงซึ่งเกิดจากการมีขยะปนเปื้อนทำให้ออกซิเจนในน้ำต่ำลง ส่วน EM (Effective Microorganisms) คือ กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อพัฒนาด้านเกษตรกรรมและปรับปรุงคุณภาพดิน และปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นในรูปแบบของ EM Ball และน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งไม่ทราบองค์ประกอบจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิต รวมทั้งไม่ทราบปริมาณการใช้งานที่เหมาะสม และโดยทั่วไปการใส่จุลินทรีย์แปลกปลอมเข้าไปในธรรมชาติ ก็จะไม่สามารถแข่งขันกับจุลินทรีย์ดั้งเดิมได้ การใช้ EM และน้ำหมักชีวภาพจึงไม่ได้ช่วยในเรื่องการบำบัดน้ำเสียแต่อย่างใด และไม่มีการแยกตะกอนจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำให้น้ำปนเปื้อนมากยิ่งขึ้น

น.ส.เบญจพร กล่าวต่อว่า หากมีการใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์กำจัดกลิ่นเพียงอย่างเดียวก็อาจเป็นไปได้ แม้จะเข้าใจถึงความหวังดีของทุกคนที่ต้องการแก้ไขปัญหา แต่ก็จำเป็นต้องนำเสนอข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการควบคู่กันไป เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรในการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องและตรงตามเป้าหมาย รวมทั้งควรมีการทดสอบประสิทธิภาพอย่างชัดเจน มีการเปรียบเทียบทางสถิติและชุดควบคุมที่สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานได้ ซึ่งขณะนี้การแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียที่ดีที่สุดคือการเร่งกำจัดขยะออกจากพื้นที่และระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด