นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ สคบ. เร่งหารือกับผู้ประกอบการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ใน 4 มาตรการ คือมาตรการแรก ช่วยเหลือผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านช้อปปี้ โดยได้รับการยกเว้นค่าบริการส่งสินค้า สำหรับผู้ซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้าไปยังอำเภอหาดใหญ่ตลอดเดือน ธ.ค. 68 และอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดราคาสินค้าหลายรายการ เช่น อุปกรณ์ซ่อมบ้าน ตกแต่งบ้าน เสื้อผ้าและชุดชั้นใน

มาตรการที่ 2  คือร่วมกับนายกสมาคมอู่กลางการประกันภัยกำหนดมาตรการช่วยเหลือ ทั้งการประเมินราคาค่าซ่อมฟรี และ การให้ส่วนลดราคาอะไหล่ให้พิเศษ ส่วนลดค่าแรงในการซ่อม เป็นต้น

มาตรการที่ 3 คือธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ให้ความช่วยเหลือ โดยพักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน และให้ปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ตามความสามารถ โดยลดค่างวด ยืดระยะเวลาการผ่อนชำระ 

และ สุดท้ายมาตรการที่ 4 คือช่วยเหลือผู้โดยสารสายการบิน ซึ่ง สคบ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ใช้บริการสายการบิน ทั้งขยายเวลาการใช้ตั๋วสายการบินให้นานขึ้น 30-90 วันขึ้นกับแต่ละสายการบิน การเปลี่ยนเส้นทางได้ทั้งหมดในจังหวัดภาคใต้ การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น และในระยะยาว สคบ. กับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ตกลงที่จะร่วมจัดทำหลักเกณฑ์ควบคุมราคาของเอเย่นต์ขายตั๋วออนไลน์ หรือโอทีเอ โดยจะร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) ซึ่งจะใช้กฎหมายของเอ็ตด้าเข้ามาควบคุมดูแล

นอกจากนี้ สคบ.ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ทั้งเต็นท์รถมือสอง ที่ให้ระบุประวัติของรถยนต์ตามความเป็นจริง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการขายรถยนต์ใช้แล้วที่ระบุประวัติไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม ตามกฎหมายว่าด้วยฉลากและกฎหมายว่าด้วยสัญญา รวมทั้งกำชับอู่ซ่อมรถให้ออกหลักฐานการรับเงินส่งมอบให้กับผู้บริโภค พร้อมระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน โดยเฉพาะรายการที่ทำการซ่อม ยี่ห้อ สภาพ ราคาอะไหล่ที่เปลี่ยน ราคาค่าบริการ และ การรับประกันคุณภาพงานซ่อม เป็นต้น.