เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 ธ.ค. 68 ที่รัฐสภา พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงการแก้ปัญหาการปราบปรามสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ของรัฐบาล ว่าจากที่ติดตามได้เห็นรัฐบาลร่วมแถลง การยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลในสายตาประชาชนทั่วไปอาจดูล่าช้า แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นความรอบคอบ เพราะเป็นความเชื่อถือและเป็นเครดิตของประเทศไทย ดังนั้นหากจะทำอะไรต้องใช้ความรอบคอบ และทำแล้วต้องไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมตามมาภายหลัง

พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวต่อว่า กมธ.ทหารฯ ไม่ได้ติดตามในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ารัฐบาลได้ติดตามแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว แต่การติดตามตรวจสอบยังคงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา เรื่องการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และตนเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสนใจ และให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว 

“แม้อาจจะมองว่ามันช้าไปหรือเปล่า ไม่ทันใจเหมือนเกาหลี อเมริกา แต่ต้องมองว่า เราเป็นประเทศที่ติดกัน เราเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจ เป็นประเทศใหญ่ ข้อมูลต่างๆ คิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นความเหมาะสม” พล.อ.สวัสดิ์  กล่าว

พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการปรากฏภาพถ่ายคนในรัฐบาล ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง อยู่ในเฟรมภาพถ่ายร่วมกับนายเบน สมิธ ว่า จะต้องดู ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แถลงออกมาชัดเจนแล้วว่าความเชื่อมโยงของผู้ถูกกล่าวหาสแกมเมอร์เกี่ยวพันกับใคร ให้ดำเนินการตามกฎหมาย 

“ผมมองว่าการถ่ายภาพร่วมกันในขณะถ่ายนั้น อาจไม่ทราบว่าใครเป็นอะไรอย่างไร ไม่มีโอกาสได้เช็กว่าเบื้องหลังของบุคคลต่างๆ เป็นอย่างไร หรือเบื้องหน้ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรม หากมีความเชื่อมโยงและพบการกระทำผิดร่วม ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยรัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องนี้อยู่แล้ว” พล.อ.สวัสดิ์  กล่าว

เมื่อถามว่า พอมีภาพปรากฏร่วมเฟรมกับคนในรัฐบาลจะต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวว่า การชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่ที่รัฐบาล และต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่มีภาพข่าว ตามที่ได้เน้นย้ำว่าการถ่ายภาพในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น อาจไม่ทราบว่าคนหนึ่งคนใดกระทำการใดอยู่ แต่สำคัญที่สุดการดำเนินการหรือพฤติกรรม การสอบสวนเส้นเงิน ชี้ว่าให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม.