เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีพิธีเปิดซีเกมส์ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง หลังไม่ได้เป็นเจ้าภาพมายาวนานกว่า 18 ปี เท่ากับว่าเยาวชนรุ่นปัจจุบันยังไม่เคยรับชมการแข่งขันซีเกมส์ในประเทศไทย โดยแทนที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจหลายๆ ด้าน การบริหารจัดการของรัฐบาลปัจจุบันที่ได้รับไม้ต่อจากรัฐบาลเพื่อไทย รัฐมนตรีคนปัจจุบันกลับรื้อทุกอย่างที่รัฐบาลเพื่อไทยเตรียมการไว้สำหรับงานนี้ และเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลบางอย่าง

นายพายุ กล่าวว่า จากที่สังคมได้เห็นตามดราม่าต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย เช่น ไฟสนามที่ไม่พร้อม ความผิดพลาดระบบตั๋วที่นั่ง อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การว่าจ้างที่ไม่สมราคา และความไม่ชัดเจนในเรื่องของโลโก้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พิสูจน์ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไม่ได้ทำให้งานดีขึ้น แต่กลับสะท้อนการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่างานระดับชาติเช่นนี้ จะมีความบกพร่อง หรือการจัดการที่ตกหล่นอยู่บ้างก่อนที่จะถึงวันจริง แต่ที่เราได้เห็นไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย แต่เกิดจากความสะเพร่า และการบริหารจัดการของผู้จัด สิ่งเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งสิ้น หากเรานำบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาจัดการตั้งแต่ต้น แต่พวกท่านกลับไม่ทำด้วยเหตุผลบางอย่างจนงานซีเกมส์ที่ต้องแสดงศักยภาพด้วยทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศไทย เพื่อจะได้เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศชาติ กลายเป็นงานหยาบที่ทำให้ดูเป็นตัวตลกของภูมิภาค 

“ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่พวกท่านต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขมากกว่าการแก้ตัว และในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ แม้พวกท่านอาจจะพยายามแก้ตัว ลดทอนความผิดพลาด และมองปัญหาต่างๆ เหมือนกับเป็นเรื่องเล็กๆ เช่น ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องอื่นภายในประเทศของรัฐบาลนี้ แต่ครั้งนี้ชาวโลกจะได้เห็นร่วมกันด้วย และเชื่ออีกว่า กว่าจะถึงพิธีปิดซีเกมส์ เราเห็นความผิดพลาดที่เราเอาใบบัวกี่ใบปิดก็ไม่มิด ซีเกมส์ครั้งนี้คือของชาติ ไม่ใช่ของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง ถ้าจะแก้ไขก็ต้องทำ ไม่ใช่รอหลังพิธีปิด แล้วรอโทษใครหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะจากนี้ไปโลกจะจับตามองว่าไทยจะสามารถพลิกสถานการณ์ หรือจะกลายเป็นตัวเจ้าภาพตัวตลกสายชุ่ยของภูมิภาคจริงๆ” นายพายุ กล่าว

นายพายุ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อออกแบบโลโก้ AI พบว่าลงวันที่ 7 ธ.ค.ตั้งแต่สมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเมื่อเช้าที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ บอกว่าเพิ่งเข้ามาได้แค่ 2 เดือน ต้องมาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานนั้น การที่จะโยงว่าอยู่ในสมัยของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ต้องมาดูว่า ใครเป็นคนที่เซ็นตรงนั้น และการจะบอกแค่ช่วงระยะเวลาอย่างเดียวเป็นอะไรที่กว้างเกินไป เพราะว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เท่าที่เห็น ไม่ใช่แค่กระดาษใบเดียวที่เซ็นจัดจ้างวันนั้น แต่ต้องดูในภาพใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำงานแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับเหตุผลว่าเหตุใดถึงเปลี่ยนบุคคลที่รับผิดชอบดูแลมาตั้งแต่ต้น แต่กลับเข้ามาเปลี่ยนช่วงโค้งสุดท้าย 

ด้านนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะต่อให้มีการเซ็นจัดซื้อจัดจ้างในช่วงรัฐบาลเดิม แต่พรรคที่กำกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในเวลานี้ ต้องเป็นคนที่ใส่ใจดูในรายละเอียด เพราะการบริหารจัดการสัญญาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต่อไปที่ต้องเข้ามาจัดงานให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการเตรียมงานซีเกมส์ได้มีการเตรียมมาหลายปี จนเกือบจะพร้อม แต่สุดท้ายคนที่เข้ามาจัดการในตอนนี้คือ คนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ ที่ล้มเหลวเช่นนี้ 

เมื่อถามว่า งบฯ เต็มในการจัดแข่งขันซีเกมส์จำนวน 2 พันกว่าล้านบาท แต่รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คนปัจจุบันบอกว่าเพิ่งได้รับอนุมัติเงินมา 450 ล้านบาท จึงทำให้การจ่ายเงินล่าช้า ทำให้ตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลเดิมว่า ได้มีการอนุมัติงบฯ มาก่อนหรือไม่ นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ประจำนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ ในขณะนั้น ที่กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่ามีการเตรียมงบประมาณไว้แล้วอย่างเพียงพอ  

“ขอยืนยันว่า มีการเตรียมมานานแล้ว แต่พอไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะไปใส่ใจดูในรายละเอียดว่าสุดท้าย นำงบประมาณไปใช้ตามแผนเป็นอย่างไร ซึ่งมันล้มเหลวตรงนี้ที่เราทำแผนไว้หมดแล้ว เตรียมงบประมาณไว้หมดแล้ว แต่รัฐบาลปัจจุบันมาบริหารไม่ได้ ซึ่งมีตั้งแต่ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ที่ปัจจุบันก็มีปัญหาอยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลกลับมีปัญหา แต่เข้าใจว่าหน้างานอาจมีการทำงานติดขัด เนื่องจากมีการย้ายสถานที่จาก จ.สงขลา มาที่ กทม. และชลบุรี ซึ่งก็เห็นใจรัฐบาล แต่ภาพที่ออกมาแย่กว่า ไม่เกี่ยวกับการย้ายสถานที่จัดจาก จ.สงขลา แต่กลับเป็นภาพที่เกิดขึ้นกับป้ายคบเพลิงที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับการจัดมหกรรมนานาชาติได้” นายศึกษิษฏ์ กล่าว