เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ และส่งต่อเอกสาร ลงวันที่ 4 ธ.ค. 68 เรื่อง แจ้งปิดงานงดจ้าง ออกโดยบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประเทศไทย ส่งถึงสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรัตนรังษี และพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจังหวัดชลบุรี โดยระบุถึง กรณีข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรัตนรังษี และการเจรจากันประนอมข้อพิพาทแรงงาน ซึ่งมีการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทแรงงานมาโดยตลอด ครั้งล่าสุดคือวันที่ 4 ธ.ค. แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัทฯ จึงขอยุติการเจรจา และทางบริษัทฯ ขอใช้สิทธิปิดงานงดจ้างกับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรัตนรังษี และสมาชิกสหภาพที่เกี่ยวข้อง มีผลตั้งแต่ วันที่ 6 เดือน ธ.ค. พ.ศ. 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ข้อพิพาทดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก บริษัท ไดกิ้นฯ มีการกำหนดจ่ายโบนัสพนักงาน อยู่ที่ 5 เดือน + 12,000 บาท แต่พนักงานเรียกร้องให้มีการทบทวนตัวเลขโบนัสมากขึ้น ที่เหมาะสมกับผลประกอบการที่พวกเขาเชื่อว่ามีส่วนร่วมในการสร้าง
ทั้งนี้ การปิดงาน คือการใช้สิทธิเพื่อตอบโต้ลูกจ้างในกรณีที่มีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้นและไม่สามารถตกลงกันได้ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ มาตรา 22 เมื่อข้อเรียกร้องไม่ได้รับการยอมรับ จะถือว่าเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขให้ใช้สิทธิปิดงาน รึนัดหยุดงานได้ การปิดงาน ตาม พ.ร.บ.เดียวกัน มาตรา 5 คือ “นายจ้างไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราว เนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน”
เมื่อนายจ้างปิดงานโดยชอบด้วยกฎหมาย การจ้างแรงงานยังคงอยู่ การปิดงานเป็นเพียงการหยุดทำงานชั่วคราว ไม่ได้เป็นการเลิกจ้าง แต่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง เนื่องจากสัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน นายจ้างไม่ต้องจ่าย เมื่อลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ หากการปิดงานของนายจ้างเป็นการใช้สิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่หากการปิดงานนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ปิดงานโดยไม่มีข้อพิพาท ปิดงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างอาจต้องรับผิดชอบจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในช่วงที่ปิดงานนั้นได้ ตามมาตรา 35 (3) นายจ้างมีสิทธิจัดให้บุคคลอื่นเข้าทำงานแทนที่ลูกจ้างซึ่งมิได้ทำงานเพราะการปิดงานหรือการนัดหยุดงานได้ ห้ามมิให้ลูกจ้างขัดขวาง.



