นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ว่า จากกระแสต่างๆ ของการเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นั้น ตนเองมารับงานรัฐมนตรี เมื่อ 1 ต.ค.68 รู้ว่างานหลักคือผลักดันการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ได้คุยกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ตั้งแต่วันแรก ทราบว่าเคยมีการอนุมัติกรอบวงเงิน 2,055 ล้านบาท ตอนตนเองเข้ามา ขาดอยู่ 450 ล้านบาทกว่าๆ จึงเสนอขอจากรัฐบาล ได้มา 450 ล้านบาท ส่วนตัวมองว่า กรอบวงเงิน 2,055 ล้านบาท น้อยเกินไป ถ้าเทียบประเทศอื่นๆ ตั้งไว้อย่างประหยัดมากๆ

ส่วนที่ คนพรรคเพื่อไทย บอกว่า ไปรื้อสิ่งที่พรรคเพื่อไทย แกนนำรัฐบาลชุดก่อนทำไว้นั้น นายอรรถกร กล่าวว่า จะรื้ออะไร งบส่วนใหญ่น่าจะจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว ตนมีหน้าที่ผลักดันให้คนได้รับงานทำภารกิจให้สำเร็จ
“พิธีเปิด-ปิด ตั้งแต่ผมรับตำแหน่ง ไม่มีระบุว่าใครทำ ไม่มีเซ็นสัญญา ไม่มีเงินงบประมาณด้วยซ้ำ เงินก้อนที่เอามาใช้ทำพิธิเปิด-ปิด รัฐบาลอนุมัติ 14 ต.ค. ตามที่ผมขอ”
นายอรรถกร กล่าวอีกว่า จากวันที่คุยกัน ที่ตนยังไม่รู้ว่าพิธีเปิด-ปิดเป็นอย่างไร ใครรับผิดชอบ ตนก็มอบนโยบาย กกท. ว่า มีเวลาไม่มาก เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด กกท.ควรทำ 3 ข้อในการหาผู้มารับหน้าที่คือ 1.ทำงานกับผู้มีประสบการณ์ 2.ทำงานในเวลาสั้นได้ 3.ทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น และต้องทำงานในเงื่อนไขที่กำหนดได้



