เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) ประกาศ “แจ้งปิดงานงดจ้าง” เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่า ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อหลายเดือนระหว่างบริษัทไดกิ้น กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ในประเด็นการเจรจาสวัสดิการและโบนัส ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่สหภาพฯ ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ขณะที่บริษัทยื่นข้อเรียกร้อง (สวนกลับ) เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อสหภาพแรงงานเช่นเดียวกัน

นายเซีย กล่าวว่า โดยที่ผ่านมามีข้อเรียกร้องที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้คือ จำนวนเงินโบนัส เงินบวกเพิ่ม และทองคำ โดยสหภาพแรงงานขอให้บริษัทกลับมาใช้สวัสดิการเดิม คือ “ทอง 3 บาท+เงิน 1 หมื่น” สำหรับพนักงานอายุงานครบ 10 ปี หลังจากที่ปีนี้ (2568) บริษัทตัดสวัสดิการทองออกและปรับเหลือเพียง “เงินสด 4 หมื่นบาท” และลดโบนัสลง ทั้งที่ผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ “6 พันล้านบาท”

นายเซีย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ถือเป็นการเจรจาครั้งที่ 11 ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยครั้งนี้ทางบริษัทประกาศใช้สิทธิ “ปิดงาน” ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ขณะที่สหภาพฯ เตรียมประชุมสมาชิกและแถลงความคืบหน้าในวันอาทิตย์นี้ ตนได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง ตนเห็นว่าจำเป็นต้องเร่งหาทางออกร่วมกัน เพื่อไม่ให้สถานการณ์ยืดเยื้อบานปลายและกระทบต่อคนงานหนักไปกว่านี้ 

นายเซีย กล่าวว่า จึงขอเสนอ 2 ประเด็นสำคัญดังนี้ 1.กระทรวงแรงงาน ต้องเป็นตัวกลาง ประสานงานเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ ให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาหาข้อยุติร่วมกันได้โดยเร็ว 2.ขอให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจากันบนพื้นฐานของ “เหตุและผล” อีกครั้ง เพื่อเปิดใจรับฟังและหาข้อยุติร่วมกันอย่างเป็นธรรม

“ผมขอส่งกำลังใจให้พี่น้องแรงงานไดกิ้นทุกคนที่ยืนหยัดปกป้องสิทธิของตัวเอง และขอยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างแรงงานทุกคนในทุกสถานการณ์ ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องเร่งหาทางออกร่วมกัน” นายเซีย กล่าว