กรณีนางพิปรีญา อายุ 54 ปี ถูกนางเกียม อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของสามี ใช้ของแหลมและของมีคมฟันที่ใบหน้าและท้ายทอยจนเป็นแผลเหวอะหวะ รวมทั้งใช้ของแหลมแทงที่หน้าท้องจนเป็นรูถึง 8 แผล เสียชีวิตกลางทุ่งนาหมู่ 1 ต.บุ่งคล้า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาวเหลืองดำ ทะเบียนเพชรบูรณ์ หลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พื้นที่ สภ.หล่มสัก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ตร.เร่งตามล่า ‘เมียเก่า’ หึงโหดสังหาร ‘เมียใหม่’ ทิ้งกลางทุ่งนาหล่มสัก-เพชรบูรณ์

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2568 พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ สารภูษิตสันต์ ผกก.สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจได้กระจายกำลังออกค้นหาในจุดที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้าน กระทั่งเวลา 17.30 น. วานนี้ (5 ธ.ค.) ซึ่งเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว ผู้ก่อเหตุได้ปรากฏตัวออกจากที่ซ่อนจากบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของผู้ก่อเหตุไม่ไกล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการควบคุมตัว โดยที่ผู้ก่อเหตุยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิมอยู่

สอบสวนนางเกียม เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากแค้นมาแย่งสามีของตนเองและเคยมีปากเสียงกันมาก่อนจึงได้เก็บความแค้นไว้ในใจ กระทั่งสบโอกาสที่นางพิปรีญา ไปทำงานถางหญ้าข้าวโพดกลางทุ่งนาเพียงคนเดียว จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามไปและมีการถกเถียงกันอีกครั้ง จึงได้ใช้มีดแทงและฟันจนเสียชีวิต จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้ามาในหมู่บ้าน กระทั่งถูกจับตัวได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปค้นหามีดที่ใช้ก่อเหตุที่ได้นำไปซ่อนไว้ที่ใต้ฐานศาลพระภูมิใกล้กับจุดที่หลบซ่อนตัว พร้อมตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป