เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า มีกระแสสังคมที่ตั้งข้อสงสัยความสัมพันธ์ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ นายเบน สมิธ หลังมีภาพปรากฏร่วมกับผู้มีอิทธิพลหลายคนในไทย รวมถึงนายอนุทิน แม้หลายฝ่ายจะออกมาปฏิเสธว่ารู้จักกันเพียงผิวเผิน แต่กระแสสังคมยังคงเคลือบแคลงใจ และเรียกร้องความชัดเจนจากฝ่ายบริหาร

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า จากคำชี้แจงของนายอนุทิน ที่กล่าวว่าเคยพบกับนายเบน สมิธ เพียงไม่กี่ครั้ง และปฏิเสธการทำธุรกิจร่วมกัน รวมถึงการอ้างว่าเคยถูกย้ายจากกระทรวงมหาดไทยเพราะไม่ยอมอนุมัติสัญชาติไทยให้นายเบน สมิธ ทำให้เรื่องนี้จำเป็นต้องคลี่คลายอย่างเร่งด่วน โดยเชื่อว่านายอนุทิน ไม่น่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับนายเบน แต่ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯ น่าจะมีข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ข้อสงสัยต่าง ๆ กระจ่างขึ้นได้ เพื่อให้รัฐบาลหลุดพ้นจากข้อครหาว่าเกี่ยวพันกับนายเบน สมิธ พล.ท.ภราดร เสนอว่าควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน 2 ประการดังนี้ 1.เร่งออกหมายจับนายเบน สมิธ ซึ่งเป็นบุคคลเดียวที่ยังไม่มีหมายจับจากทางการไทย พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากพบการกระทำผิดกฎหมาย ต้องเร่งดำเนินคดี อายัดทรัพย์ และจัดการผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่ละเว้น 2.เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาออกสัญชาติไทยให้แก่นายเบน สมิธ โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้สั่งการให้นายอนุทินในขณะดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย เพื่อแสดงความโปร่งใส และคลายข้อสงสัยว่ามีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่

พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า การเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินการอย่างเด็ดขาดของนายกฯ จะช่วยให้การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ และเครือข่ายผู้สนับสนุนเป็นไปอย่างจริงจัง ลดพื้นที่ให้กลุ่มอิทธิพลที่ยังคงได้รับประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบ พร้อมทั้งเร่งดำเนินการอายัดทรัพย์สินของนายเบน สมิธ ที่ยังหลงเหลืออยู่จำนวนมาก ประเทศต้องการผู้นำที่กล้าตัดสินใจและจริงใจต่อประชาชน การจัดการปัญหานี้อย่างรวดเร็วและโปร่งใสจะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในประเทศ