สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่านายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงการที่สหรัฐเผยแพร่เอกสารกลยุทธ์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับปรับปรุง เมื่อไม่นานมานี้ ว่าการที่รัฐบาลวอชิงตันตัดถ้อยคำที่อธิบายว่า “รัสเซียเป็นภัยคุกคามโดยตรง” ออกไป และเรียกร้องให้มีความร่วมมือกับรัฐบาลมอสโกในประเด็นความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์แทนนั้น “เป็นความเคลื่อนไหวเชิงบวก”


อย่างไรก็ตาม เปสคอฟกล่าวว่า รัฐบาลมอสโกยังคงต้องตรวจสอบเอกสารอย่างใกล้ชิด ก่อนจะมีการสรุปผลอย่างละเอียด


อนึ่ง นับตั้งแต่รัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมีย ที่อยู่ทางตอนใต้ของยูเครน เมื่อปี 2557 และการเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อปี 2565 สหรัฐระบุในเอกสารกลยุทธ์ที่เผยแพร่ ณ เวลานั้น ว่ารัฐบาลมอสโก “ถือเป็นภัยคุกคามหลัก”


แต่ในเอกสารฉบับปรับปรุงซึ่งเผยแพร่ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีการใช้ถ้อยคำที่อ่อนลง โดยกระตุ้นการมีความร่วมมืออย่างจำกัด และกำหนดวิสัยทัศน์นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่าเป็น “สัจนิยมที่ยืดหยุ่น” และระบุว่า นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลวอชิงตัน จะขับเคลื่อนด้วย “สิ่งที่ใช้ได้ผลสำหรับอเมริกา” เป็นสำคัญที่สุด


ขณะเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันจะแสวงหาแนวทาง เพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครนอย่างรวดเร็ว และมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟู “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” กับรัฐบาลมอสโก แต่ยังคงย้ำว่า ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนยังคงเป็น “ความกังวลด้านความมั่นคงหลัก” สำหรับสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP