จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กลับมาตึงเครียด ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า จากการประชุมหัวหน้าคณะนักกีฬาล่าาสุด เมื่อเย็นวันที่ 7 ธ.ค. ผู้แทนกัมพูชาและลาวไม่ได้เข้าร่วมด้วย โดยยังไม่ได้รับรายงานว่านักกีฬากัมพูชาจะไม่มาเข้าร่วม
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ของนักกีฬากัมพูชานั้น นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย กกท. ได้ประชุมกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเด็นนี้ต้องแก้ไขไปตามสถานการณ์ ในเรื่องความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัย 2-3 เท่า จะต้องมีการเพิ่มมาตรการ หน่วยข่าวกรอง ซึ่งมั่นใจว่าจะมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ที่อาจจะไม่เห็น แต่มีอยู่จริง จะคอยปฏิบัติหน้าที่และปะปนไปกับฝูงชนด้วย ถือเป็นอีกโจทย์ที่เพิ่มเข้ามา แต่เชื่อว่าจะสามารถรองรับได้แน่นอน รวมทั้งจะมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ก่อนเข้าสนาม และโรงแรมที่พักของนักกีฬากัมพูชาด้วย

ดร.ก้องศักด กล่าวอีกว่า หากนักกีฬากัมพูชาถอนตัวจากการแข่งขันซีเกมส์ ทางฝ่ายจัดการแข่งขันก็จะต้องเตรียมการปรับโปรแกรมในส่วนที่ขาดหายไปของนักกีฬากัมพูชาต่อไป แต่จะไม่มีปรับตัดอีเวนต์ที่กัมพูชาถอนออกแม้ว่าจะเหลือเพียง 3 ชาติ ที่เข้าร่วมการชิงชัย เนื่องจากต้องให้ความเป็นธรรมกับนักกีฬาชาติอื่นๆ ในอีเวนต์ดังกล่าว ที่เก็บตัวฝึกซ้อมมาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้
ทั้งนี้ ล่าสุดทางกัมพูชา ยืนยันส่งนักกีฬาแข่งขัน และมีบางกีฬาเดินทางมาไทยแล้ว
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวในตอนท้ายว่า ส่วนเรื่องดราม่าเรื่องการเดินทางมาของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ต่างชาติและไม่มีคนรับส่งนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะมีบางส่วนที่เดินทางมาโดยส่วนตัว ไม่ใช่การเดินทางมาในสถานะทีม ถ้าหากเดินทางมาในสถานะทีมงาน จะจัดคนไปรอรับที่สนามบิน ซึ่งที่ลงจอดเครื่องบินนั้น ได้จัดทำเลนพิเศษไว้แล้ว เพื่อทัพซีเกมส์โดยเฉพาะ ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ดีมาก และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (กกท.) จะจัดการแสดงให้ทัพนักกีฬาที่เดินทางมาอีกด้วย ซึ่งการทำงาน ช่วยเหลือกันจากทั้งหลายๆ ฝ่าย.



