เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 9 ธ.ค. 68 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยผลการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ว่าวันนี้ได้ประชุมเกี่ยวกับท่าทีของพรรคร่วม ที่เกี่ยวกับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ซึ่งท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลจะสนับสนุนรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามเอ็มโอเอ

เมื่อถามว่า มี สส.ถามในที่ประชุมหรือไม่ ว่านายกรัฐมนตรีจะยุบสภาช่วงเวลาไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้บอกให้เตรียมพร้อม แต่จริงๆ วันนี้ไม่ต้องมาคุยเรื่องการยุบสภากันแล้ว เพราะใกล้เดือนมกราคมเข้าไปทุกที ถ้าถามช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคมก็อาจจะมีผลอะไรบ้าง ซึ่งตนคิดว่าเตรียมพร้อมเรื่องการเลือกตั้งไว้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเคยพูดว่าวันที่ 12 ธ.ค.68 ให้คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ แสดงว่าตอนนี้ไม่ต้องคาดแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็มีหลักของตน มีหลักเกณฑ์ในการยุบสภา เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและเป็นการตัดสินใจของตนแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อถามว่า ปัจจัยที่จะยุบสภาคือการที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีหลายๆ อย่างประกอบกัน

เมื่อถามต่อว่า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ยุบสภาด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องปกป้องอธิปไตยของชาติ รัฐบาลให้ความร่วมมือ ให้การสนับสนุน และเชื่อมั่นในกองทัพไทย ตนไม่เอาเรื่องความขัดแย้งของประเทศมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง และเกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎร    

เมื่อถามว่า สามารถบอกไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็อยากเห็นรัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไข ถ้าทุกพรรคเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่ทำโดยสมาชิกรัฐสภาที่มาจากประชาชน ถ้าอยากเห็นรัฐธรรมนูญมีความศักดิ์สิทธิ์ และเกิดขึ้นจากปวงชนชาวไทยฉบับสมบูรณ์ ก็อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วย

“ถ้ามีพรรคใดพรรคหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าเล่นเกมการเมือง และชิงไหวชิงพริบทางการเมืองสำคัญกว่าการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือเรื่องของส่วนรวม ผมคงไม่ปล่อยให้เกิดโอกาสเช่นนั้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว 

เมื่อถามว่า การโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 จะเกิดขึ้นในปีนี้หรือต้นเดือน ม.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนทำตามกติกา ถ้าสัปดาห์นี้โหวตวาระ 2 เสร็จก็พักไว้ 15 วัน จึงจะโหวตวาระ 3  ทั้งนี้ ด้วยเงื่อนเวลาขณะนี้ก็จบเดือน ม.ค.อยู่แล้ว แต่สำหรับตน ต้นเดือน กลางเดือน หรือปลายเดือนไม่มีความหมาย รวมถึงยังมีขั้นตอนการทำคำถามประชามติเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญด้วย ตนจึงบอกว่าเป็นความร่วมมือของ สส. และสว. ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว เพราะเราลงเอ็มโอเอ (MOA) เป็นลายลักษณ์อักษรกับพรรคประชาชน และเราก็หวังว่าพรรคประชาชนจะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ มาถึงจุดนี้แล้วไม่อยากให้ปล่อย มิฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็จะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่สามารถบอกได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญของพวกเขา นอกจากเอ็มโอเอที่ทำไว้ เรื่องนี้ก็เป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาด้วย แต่ถ้าเขาไม่อยากให้อยู่ครบ และไม่อยากให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องไปโทษกับคนที่คิดเช่นนั้น และพรรคประชาชนก็ต้องไปหาคำตอบจากฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า แม้จะมีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็จะไม่อยู่เลยไทม์ไลน์ วันที่  31 ม.ค.69 ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แน่นอน กองทัพมีแสนยานุภาพ และมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะยุบสภาวันที่ 16 ม.ค.69 นายกรัฐมนตรี หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า  “วันครูไม่ใช่เหรอ”.