เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจ “หมอเจด” ระบุว่า

หลายคนเห็นว่า “ขาบวมตอนเย็น” แล้วไม่คิดอะไร คิดว่าแค่ยืนนาน เดินเยอะ หรือเมื่อย แต่ความจริงแล้วอาการบวมคือสัญญาณเตือนสำคัญว่า ร่างกายเริ่มเสียสมดุลอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหัวใจทำงานหนัก ไตเริ่มกรองได้ไม่ดี หรือระบบไหลเวียนเลือดเริ่มติดขัด ถ้าปล่อยนาน ๆ อาการเล็ก ๆ อย่าง “ขาบวม” อาจลามไปสู่โรคใหญ่ถึงขั้นหัวใจล้มเหลว ลิ่มเลือดอุดตัน หรือไตวายได้แบบไม่รู้ตัว มาดูทีละข้อว่าทำไมถึงอันตรายครับ

1) เลือดคั่งจากการนั่ง–ยืนนาน เสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (DVT)

ขาบวมเพราะเลือดคั่งคือสัญญาณว่าการไหลเวียนเลือดส่วนล่างเริ่มผิดปกติ เลือดที่ข้นหรือไหลช้าจะมีโอกาสจับตัวเป็นลิ่มได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่นั่งนานเป็นชั่วโมง ๆ เช่นทำงานออฟฟิศ ขับรถ หรือเดินน้อยตลอดวัน ถ้าปล่อยให้เป็นประจำ ลิ่มเลือดอาจโตขึ้นและอุดตันในเส้นเลือดขา หรือร้ายแรงไปกว่านั้น ลิ่มเลือดหลุดขึ้นไปอุดปอด ทำให้เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออกเฉียบพลัน เสี่ยงเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาทีครับ

2) กินเค็มเกิน–โซเดียมสูง ทำให้หัวใจทำงานหนักแบบเงียบ ๆ

เกลือที่มากเกินไปทำให้ร่างกายกักน้ำไว้ในกระแสเลือด ทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น หัวใจต้องสูบฉีดแรงขึ้นทุกวันโดยไม่รู้ตัว อาการเริ่มต้นคือขาบวมตอนเย็น แต่ถ้าปล่อยนาน ความดันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลต่อหัวใจจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในอนาคตได้ง่ายมาก หลายคนมีอาการนี้แต่คิดว่า “กินเค็มนิดเดียว” ทั้งที่ความจริงอาจเกิดจากอาหารแปรรูป ซุปก้อน ขนมถุง น้ำปลาราดที่กินทุกวันโดยไม่รู้ตัวครับ

3) เส้นเลือดดำเสื่อม ทำให้บวมเรื้อรัง บวมหนักขึ้นทุกวัน

เส้นเลือดดำมีหน้าที่พาเลือดกลับหัวใจ พอเริ่มเสื่อม ลิ้นกั้นเลือดทำงานไม่ดี เลือดจึงย้อนลงขา ทำให้บวมทุกวัน หนัก ตึง เจ็บ และเป็นมากช่วงเย็น ถ้าปล่อยนานจะพัฒนาเป็นเส้นเลือดขอด แผลเรื้อรัง หรือผิวหนังแข็งจนดำคล้ำ รักษายากและเจ็บมาก หลายคนอายุ 40+ จะเริ่มมีอาการนี้โดยไม่รู้สึกว่าอันตราย ทั้งที่จริงมันคือสัญญาณว่า “ระบบไหลเวียนเริ่มพัง” แล้วครับ

4) หัวใจเริ่มอ่อนแรง—เลือดสูบฉีดไม่ทั่วร่างกาย

หัวใจที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจะสูบเลือดไปเลี้ยงส่วนล่างได้ไม่ดี ทำให้เกิดน้ำคั่งที่ขาอย่างเห็นได้ชัด ขาบวมตอนเย็นร่วมกับเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม เดินนิดเดียวก็หอบ นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ที่อันตรายมาก ถ้าปล่อยไว้หัวใจจะยิ่งอ่อนแรงลงจนเกิดภาวะหัวใจวายฉับพลันได้ ข้อดีคือถ้ารู้ตัวเร็ว ปรับอาหาร ลดเค็ม ออกกำลังกายถูกวิธี อาการหัวใจล้มเหลวสามารถดีขึ้นได้ครับ

5) ไตเริ่มทำงานแย่—ร่างกายระบายน้ำไม่ได้

ไตมีหน้าที่กรองของเสียและคุมสมดุลน้ำ พอไตเริ่มเสื่อม น้ำที่ควรขับออกจะคั่งในร่างกาย ทำให้ขาบวมตอนเย็น หน้าบวมตอนเช้า และปัสสาวะน้อยลง หลายคนไม่กลัวเพราะคิดว่าแค่ “บวมน้ำธรรมดา” แต่จริง ๆ แล้วนี่คือสัญญาณแรก ๆ ของโรคไตเรื้อรัง ถ้าปล่อยไว้นาน ค่าไตจะแย่ลงเรื่อย ๆ จากระยะ 1 ไปจนถึงระยะ 5 ที่ต้องฟอกไต ซึ่งย้อนกลับไม่ได้แล้วครับ

ขาบวมตอนกลางคืนไม่ใช่แค่อาการล้า แต่คือสัญญาณว่าร่างกายกำลังส่งเสียงเรียกให้เราดูแลตัวเองมากขึ้น ยิ่งรีบแก้ ยิ่งป้องกันโรคหัวใจ ไต และหลอดเลือดได้ไว ลองเริ่มง่าย ๆ แค่ลดเค็ม ดื่มน้ำพอ ขยับตัวบ่อย ๆ และตรวจสุขภาพประจำปีครับ แข็งแรงตั้งแต่วันนี้ ก่อนอาการลุกลามจนสายไปครับ