สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ว่า นพ.ทาเคชิ คาไซ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก กล่าวเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอไมครอน ว่าการระงับการเข้าเมืองอย่างเจาะจง หรือการปิดพรมแดนอย่างจำเพาะเจาะจงจากบางประเทศ “เป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น” เนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว ทุกประเทศบนโลกต้องเตรียมความพร้อมรับมือ กับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่จะเพิ่มขึ้น เพราะเชื้อโอไมครอน
Asia-Pacific countries should boost their healthcare capacity and fully vaccinate their people to prepare for a surge in COVID-19 cases fueled by the Omicron variant, said Takeshi Kasai, @WHO regional director for the western Pacific https://t.co/JY9sELVUih pic.twitter.com/IpV93p4ssI
— Reuters (@Reuters) December 3, 2021
ทั้งนี้ หลายฝ่ายเชื่อว่า เชื้อโอไมครอนมีคุณสมบัติที่จะแพร่กระจายรวดเร็วและง่ายกว่าเชื้อกลายพันธุ์อีกหลายสายพันธุ์ แต่ยังต้องมีการศึกษาข้อมูลอีกระยะหนึ่ง ขณะที่องค์ความรู้ในปัจจุบันที่ดับเบิลยูเอชโอมีอยู่นั้น บ่งชี้ว่า มาตรการที่ทุกประเทศเคยใช้เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเดลตา ควรมีการยึดเป็นพื้นฐานสำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นครั้งต่อไป หนึ่งในนั้นคือการปูพรมฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
“To avoid the worst case scenario and emergency anti-virus measures.”
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) November 29, 2021
Japan will close its borders to foreign visitors starting Nov. 30 over fears of the omicron variant, Prime Minister Fumio Kishida said on Monday https://t.co/FbQzsvThKb #岸田首相 #入国停止 pic.twitter.com/0i8RD4XWxD
ปัจจุบัน รายงานอย่างเป็นทางการของดับเบิลยูเอชโอ ยืนยันผู้ติดเชื้อโอไมครอนในมากกว่า 20 ประเทศ และการเดินทางของเชื้อโรคเริ่มเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในสัปดาห์นี้ โดยมีการยืนยันผู้ป่วยแล้วในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ออสเตรเลีย มาเลเซีย อินเดีย และสิงคโปร์ ขณะที่ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อจากภายในชุมชนแล้ว 1 คน.
เครดิตภาพ : AP

















