เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก น.อ.นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ (ผช. โฆษก ทร.) กล่าวถึงการประกาศจำกัดอาณาเขต อ่าวไทย และ พื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง สกัดน้ำมัน ยุทธปัจจัย ลำเลียงเข้ากัมพูชา ว่า การประกาศพื้นที่เสี่ยงภัยสูง เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีการใช้อาวุธต่อเป้าหมายโดยไม่เลือกฝ่าย และมีความเสี่ยงที่เรือที่เข้าไปในพื้นที่อาจถูกโจมตีจากทหารกัมพูชา จึงเสนอให้ออกประกาศ เน้นเฉพาะเรือสัญชาติไทย 

“พื้นที่เสี่ยงภัยสูงไม่ใช่การบล็อกเขตหรือการปิดอ่าว ในกรณีนั้นต้องเป็นในภาวะสงครามขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง คือ ห้ามเข้าออกเรือทุกชนิดทุกประเภทของทุกชาติในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งแน่นอนการประกาศปิดอ่าว จะกระทบเรือของชาติอื่น ซึ่งในการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความขัดแย้งสองรัฐ คือไทย-กัมพูชา การปฏิบัติการของเราจะต้องไม่กระทบประเทศที่ 3 

ขอเน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงใช้คําว่าปิดอ่าวหรือบล็อกเขต ให้ใช้คำว่า พื้นที่เสี่ยงภัยสูงซึ่งจะบังคับใช้กับเรือสัญชาติไทยเท่านั้น เพื่อผลการปฏิบัติการจํากัดการลําเลียงยุทธปัจจัยสําคัญ รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปยังกัมพูชา ขอเน้นย้ำ เราจะดําเนินการอย่างเต็มที่เพื่อตัดยุทธปัจจัยเหล่านี้” น.อ.นรา กล่าว

เมื่อถามว่าในส่วนกรณีเรือต่างชาติที่บรรทุกน้ำมัน และยุทธปัจจัยจะดําเนินการอย่างไร น.อ.นรา กล่าวว่า  การปะทะครั้งนี้ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถปฏิบัติการที่กระทบต่อชาติที่ 3 ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะขยายความขัดแย้ง

ด้าน พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก (รอง โฆษก ทบ.) กล่าวเสริมว่า ยืนยันว่า มีการนำเข้าน้ำมัน ยุทธปัจจัยให้กัมพูชา จึงนํามาสู่การดําเนินการควบคุม แต่ในรายละเอียดจะมาจากช่องไหน อย่างไรนั้น ไม่สามารถบอกได้ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องทํา  ขอทำความเข้าใจในการสู้รบ เราเน้นย้ำและได้เรียนกับประชาชน และต่างประเทศว่า เรายึดหลักมนุษยธรรม จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา มีการสูญเสียทั้งสองฝ่าย รวมถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนั้นต้องทำให้การสู้รบจบเร็ว ลดความเดือดร้อนในทุกวิถีทาง แต่สาเหตุที่การสู้รบยืดเยื้อเกิดจากยุทธปัจจัย หากไม่ถูกตัดรอน ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือภายนอก ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราทําได้ช่องทางจุดผ่านแดนในส่วนของประเทศไทย เราทําในขอบเขตอํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะกระทําได้ อะไรที่อยู่นอกขอบเขตที่จะดึงประเทศที่ 3 ก็ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยจะทํา เพราะความขัดแย้งเป็นในส่วนรัฐบาลไทยกับกัมพูชาเท่านั้น

พ.อ.ริชฌา กล่าวอีกว่า สำหรับขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Gam-102lr ที่ยึดได้นั้น เป็นไปตามขั้นตอนยังอยู่ในการครอบครองของเรา แม้ว่าในแง่ของทหาร เราก็มีความกังวล เป็นอาวุธที่ทันสมัย พบว่ามีการใช้ในบางจํานวน  แต่จากการรายงานทางหน่วยในพื้นที่ พบว่าไม่มียานรบทุกชนิดของไทยได้รับความเสียหายหรือถูกโจมตี จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าแม้จะมีการใช้จรวดที่ทันสมัยเข้าโจมตีฝ่ายไทยก็ไม่ได้รับรายงานความเสียหายซึ่งสามารถสันนิษฐานได้หลายประการ ความเชี่ยวชาญของคนใช้ หรือยุทธวิธีฝ่ายเราที่ได้เปรียบ 

ด้าน พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ (โฆษก ทอ.) กล่าวต่อว่า การตัดเส้นทางกําลังบํารุง ทำได้หลายวิธี เพื่อไม่ให้ส่งจากส่วนหลังไปสู่แนวหน้า ที่ผ่านมากองทัพอากาศ ทํางานร่วมกับ กองทัพบก กองทัพเรือ ในการโจมตีเส้นทางส่งกําลังบํารุง เช่น การโจมตีสะพาน เพื่อลดประสิทธิภาพในการส่งกําลังบํารุงเป็นสิ่งที่เราทําต่อเนื่อง ถือเป็นหนทางหนึ่ง เพื่อให้การสู้รบและข้อขัดแย้งยุติโดยเร็ว ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน แม้ควบคุมได้ไม่ทั้งหมด แต่ควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมได้และลดทอนประสิทธิภาพการส่งกําลังบํารุงไปส่วนหน้าก็ส่งผลต่อการปฏิบัติเช่นเดียวกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวสรุปว่าหากเราสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่ามีการลําเลียงยุทธปัจจัย น้ำมันมาจากช่องทางอื่นหรือจากประเทศที่ 3 คงต้องมีการประสานระหว่างกระทรวงในเรื่องการดําเนินการ ประสานงานซึ่งเป็นไปตามอํานาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง กระทรวงพาณิชย์ คมนาคม ต้องพูดคุยกัน เชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลไทยมีความพร้อม ในทุกกระทรวงก็เช่นเดียวกัน ในเรื่องการให้ความร่วมมือในการปฏิบัติการต่าง ๆ