เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ปัจจุบันเราพบว่าทางทหารกัมพูชามีการโจมตีเข้ามาพื้นที่พลเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทําให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนต้องออกประกาศห้ามประชาชนที่ไม่มีความจําเป็นเข้าพื้นที่เด็ดขาด จะอนุญาตเฉพาะชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ต้องดูแลพื้นที่ 

“เป็นเรื่องสําคัญที่ต้องแจ้งเตือน จากการพิสูจน์ทราบ ไม่มีแนวโน้มกัมพูชาจะหยุดใช้ยุทธวิธีนี้ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ดังนั้นขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ อ.กันทรลักษ์ ที่พบการโจมตีเข้ามาบ่อยครั้ง ขอให้ทําตามคําแนะนําของส่วนราชการ” พ.อ.ริชฌา กล่าว

พ.อ.ริชฌา กล่าวอีกว่า สําหรับภาพรวมปฏิบัติการทางทหาร พื้นที่กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) และพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) พื้นที่ที่มีการควบคุมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เราสามารถยึดรักษาพื้นที่นั้นไว้ได้ ที่สําคัญฝ่ายกัมพูชาพยายามโจมตีเข้ามาในพื้นที่ที่เราควบคุมได้แล้วอย่างหนักหน่วง อาวุธที่ใช้ บีเอ็ม-21 โดรนพลีชีพ ยังคงปฏิบัติต่อเนื่อง และหมายรวมถึงพื้นที่ที่เราพยายามสถาปนาแนวเขตแดนไทย ที่ยังยึดคืนไม่ได้ ทั้งพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ก็ถูกโจมตีอย่างหนักเช่นกัน สำหรับประมาณการสูญเสียของกัมพูชา ฐานที่มั่น/ฐาน ปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ตั้งทางทหาร อาวุธยิง บก.ควบคุมและจุดปฏิบัติการที่ตั้งอาวุธต่างๆ ทําลายประมาณ 82 แห่ง บีเอ็ม-21 จำนวน 1 ระบบ รถถัง 12 คัน ยานรบต่างๆ รวมถึงยานเกราะ 10 คัน ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) 4 ระบบ ปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด 7 กระบอก แอนตี้โดรน 5 จุด โดรน 175 ลำ เสาสื่อสาร 5 จุด ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 505 นาย 

พ.อ.ริชฌา กล่าวอีกว่า กองทัพบก ยืนยันว่า การปฏิบัติการเราถูกรุกล้ำอธิปไตยและถูกโจมตีเข้ามาก่อน ดังนั้น ความมุ่งหมายหลักของกองทัพบก เราจะมุ่งมั่นสถาปนาแนวเขตแดนไทยที่ถูกรุกล้ำให้กลับคืนมาให้ได้ เราจะมุ่งมั่นทําลายขีดความสามารถของทหารกัมพูชา ที่เป็นภัยคุกคามต่อกําลังพลและประชาชนคนไทยให้หมดสิ้นไป