เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ได้เข้าพบเพื่อขอข้อมูลการดำเนินโครงการทางพิเศษ (ด่วน) เชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ) พร้อมทั้งหารือพูดคุย และทำความเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งเบื้องต้น กทพ. ได้ให้ข้อมูลโครงการฯ ไปอย่างครบถ้วน และเข้าใจตรงกันทั้งหมดแล้ว

นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า กทพ. ยังคงยืนยันว่าการเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ) มีความจำเป็น จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร และพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษที่เชื่อมโยงการเดินทาง ระหว่างพื้นที่ด้านตะวันออก และตะวันตกของกรุงเทพฯ เป็นทางเลือกให้ประชาชนได้รับความสะดวก และรวดเร็วในการเดินทางมากขึ้น ซึ่ง กทพ. พร้อมศึกษา และนำแนวทางการดำเนินงานทุกทางเลือกมาสอบถามความคิดเห็นทุกฝ่าย เพื่อให้สามารถเดินหน้าโครงการต่อไปได้ โดยหลังจากนี้ กทพ. จะเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมของการปรับถนนเดิม พร้อมทั้งจะนำรูปแบบทางด่วน ทั้งทางยกระดับ และอุโมงค์ กลับมาสอบถามความคิดเห็น และผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง จากนั้นยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1.5-2 ปี กว่าจะได้ข้อสรุป

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ได้พยายามสอบถามผู้แทนจากพรรคประชาชนที่เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ ได้รับคำตอบว่า การเดินทางมาครั้งนี้ นัดหมายกับ กทพ. ไว้ล่วงหน้านานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ยุบสภา แต่เมื่อยุบสภาแล้ว การเดินทางมาครั้งนี้ก็มาในนามของประชาชนปกติ ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ เพิ่มเติม เนื่องจากกังวลว่าจะผิดข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานด้วยว่า เดิมการเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ) ช่วงแคราย-พหลโยธิน (โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ส่วนทดแทนตอน N1 เดิม) กทพ. มีแผนจะก่อสร้างเป็นทางยกระดับ แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ไม่เห็นด้วย เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบด้านเสียง และมลพิษ กทพ. จึงปรับรูปแบบการก่อสร้างใหม่ จากเดิมทางยกระดับ เปลี่ยนเป็นอุโมงค์ทางลอดลึกลงไปใต้ดินประมาณ 23-25 เมตร บนถนนงามวงศ์วาน เริ่มต้นตั้งแต่ มก. สิ้นสุดบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม จากนั้นจะโผล่ขึ้นบนดินเป็นทางยกระดับ เพื่อไปเชื่อมกับทางด่วนศรีรัช แต่ผลการศึกษาฯ พบว่า มีค่าลงทุนสูง และไม่คุ้มค่าทางการเงิน

ทางกระทรวงคมนาคมจึงให้ กทพ. หารือร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อบูรณาการแนวทางการเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก จนได้ข้อสรุป และเสนอที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งได้เห็นชอบในหลักการแนวทางการเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ) โดยเปลี่ยนรูปแบบจากเดิม เป็นอุโมงค์และทางยกระดับ ปรับเป็นทางด่วนยกระดับ ร่วมกับการปรับปรุงถนนระดับดินเดิมบนถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ และขยายขอบเขตการแก้ปัญหาจราจรไปจนถึงแคราย.



