ฟาริด แฟททาเฮียน ผู้อำนวยการสหพันธ์กีฬาทางน้ำแห่งเอเชีย และ พล.อ.สุพล จันทร์ผ่อง อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ร่วมกันเซ็นสัญญาให้ไทย เป็นเจ้าภาพการแข่งขันว่ายน้ำเอเชียนเอจกรุ๊ป 2026 โดยมี พล.ต.ดร.ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคม และ “โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย เป็นสักขีพยาน ที่สระว่ายน้ำ กกท.

นายธนาวิชญ์ โถสกุล เปิดเผยว่า ไทยจะเป็นเจ้าภาพเอเชียนเอจกรุ๊ป หรือ กีฬาทางน้ำเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ในรอบ 10 ปี โดยมี 4 กีฬา แข่งขัน ได้แก่ ว่ายน้ำ, ว่ายน้ำลีลา, กระโดดน้ำ และ โปโลน้ำ ส่วนเรื่องสถานที่จัดการแข่งขันก็จะยึดตามซีเกมส์เป็นหลักใช้ 3 สนามคือ สระว่ายน้ำ กกท., สระว่ายน้ำ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต และสระว่าย ม.อัสสัมชัญ (เอแบค บางนา) ส่วนเรื่องที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษคือจำนวนนักกีฬาที่มากกว่าซีเกมส์ ตรงนี้จะต้องบริหารจัดการให้ดี

ในส่วนของซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่มี 2 กีฬาภายใต้การบริการจัดการของสมาคมกีฬาทางน้ำฯ ที่เพิ่งจบไป คือ ว่ายน้ำ ที่ทำได้ 5 ทอง, 7 เงิน, 9 ทองแดง และ ว่ายน้ำลีลา (ระบำใต้น้ำ) ที่ทำได้ 2 ทอง, 1 เงิน และ 1 ทองแดง นั้น ถือว่าเกินเป้าหมายเพราะเราหวังไว้แค่ 1 เหรียญทองจากประเภทคู่ผสม แต่เรากลับได้ถึง 2 ทอง และยังเป็นการเอาชนะสิงคโปร์ ในประเภททีมหญิง ทำให้จบการแข่งขันไทยได้ 2 ทอง กับ 1 เงิน จากประเภทคู่หญิง และ 1 ทองแดง จาก คู่ผสมอีก 1 คู่ที่ไทยส่งไป

ส่วนกีฬาว่ายน้ำ ตั้งเป้าไว้ 3 ทอง แต่ได้ถึง 5 ทอง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นรายการที่เราตั้งเป้า แต่ก็ถือว่าอยู่ในกรอบที่เกินเป้าหมายที่วางไว้ ต้องขอชื่นชมนักกีฬาและโค้ช ที่ทุ่มเทจนทำให้ทัพว่ายน้ำไทยประสบความสำเร็จ หลังจากนี้ก็ยังมีโปโลน้ำ ที่ตั้งเป้าไว้ 1 ทองจากประเภททีมหญิง, กระโดดน้ำ และปิดท้ายที่ว่ายน้ำมาราธอน

“หลังจากจบซีเกมส์ สมาคมฯ จะทำการเตรียมทีมเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ญี่ปุ่น ต่อทันที ตอนนี้มี โปโลน้ำทีมชายและทีมหญิง รวมถึง ายน้ำลีลา ได้ผ่านคลอลิฟายเข้าร่วมเอเชียนเกมส์ แน่นอนแล้ว ส่วนว่ายน้ำต้องขอดูสถิติอีกครั้ง และกระโดดน้ำ ต้องลุ้นกันยาว ๆ” โค้ชตึก กล่าว




