เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ในการประชุมของคณะกรรมาธิการเสริมสร้างสันติภาพ หัวข้อ “การระงับข้อพิพาทชายแดนโดยสันติในเอเชียกลาง” (Peaceful Settlement of Border Disputes in Central Asia) และการประชุมแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในหัวข้อ “ความเป็นผู้นำเพื่อสันติภาพ” (Leadership for Peace) ที่สำนักงานสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2568 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ คณะผู้แทนของกัมพูชายังคงแถลงข้อมูลเท็จเกี่ยวกับข้อพิพาททวิภาคีซึ่งบ่อนทำลายเจตนารมณ์ความร่วมมือพหุภาคี ระหว่างไทยและกัมพูชา

ทำให้ผู้แทนไทย โดย น.ส.รัชดา สุเทพากุล อัครราชทูตที่ปรึกษา คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก จึงกล่าวตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนล่าสุด พร้อมทั้งประณามการกระทำที่รุกรานและเป็นปรปักษ์อย่างต่อเนื่องของกัมพูชา ว่า การโจมตีด้วยอาวุธอย่างโหดร้ายและไม่เลือกเป้าหมายของกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2568 ทำให้พลเรือนเสียชีวิต และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ส่งผลให้ประชาชนกว่า 400,000 คน ต้องอพยพจากบ้านเรือน โรงพยาบาลและศูนย์บริการสุขภาพกว่า 200 แห่ง ต้องยุติการให้บริการและอพยพผู้ป่วย โรงเรียนเกือบ 400 แห่ง ต้องปิดการเรียนการสอน

อัครราชทูตที่ปรึกษาฯ กล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วนของการใช้กำลัง การแบ่งแยกระหว่างพลรบกับพลเรือน และการป้องกันเพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือน เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนและความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย ทั้งนี้ การโจมตีของกัมพูชาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก รมว.ต่างประเทศของไทยได้นำเสนอหลักฐานที่ได้รับการยืนยันจากคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน และจากคลิปวิดีโอว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ในดินแดนไทยต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลหรืออนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ที่นครเจนีวา รวมถึงการโจมตีดังกล่าวยังเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ไทยยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากชาวกัมพูชาที่มีส่วนร่วมในอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและมีความใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา

อัครราชทูตที่ปรึกษาฯ กล่าวว่า ไทยพร้อมดำเนินการอย่างสร้างสรรค์เพื่อสันติภาพ ภายใต้เงื่อนไขว่ากัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีและแสดงความจริงใจและเจตนาบริสุทธิ์อย่างแท้จริง โดยยุติการกระทำใดๆ ที่เป็นปรปักษ์และยั่วยุ