เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสาระสำคัญ เนื่องจาก ครม. ได้เห็นชอบให้กำหนดวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คือ วันที่ 8 ก.พ. 69 เนื่องจากมีเหตุผลความจำเป็นว่าการให้มีการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกันจะเป็นการประหยัด และใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด
รวมทั้งช่วยลดภาระของ กกต. ที่ต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่แตกต่างกันด้วย โดยให้ส่งคำถามในการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดังนี้
1.1 “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ตามมติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 1.2 “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ตามที่ ครม.กำหนด ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฯ ทั้งนี้ ตามมาตรา 9 วรรคสอง (2) และ (4) และมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2. ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการจัดทำข้อมูลตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และส่งให้ กกต. ก่อนวันประกาศให้มีการออกเสียงประชามติไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามมาตรา 9 วรรคสอง (4) และมาตรา 11 ประกอบมาตรา 15 และมาตรา 14 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบ (คำถามข้อ 1.1) เป็นการทั่วไป ทั้งนี้ ในส่วนคำถามของ ครม. (ตามข้อ 1.2) ให้ กกต. ใช้ข้อมูลที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำเป็นข้อมูลในเรื่องที่จะทำประชามติตามคำถามของคณะรัฐมนตรีด้วย
3.ให้สำนักงบประมาณหารือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อกำหนดค่าใช้จ่าย ในการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 4.ให้สถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ และผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ของรัฐ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคเอกชน ให้จัดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดให้มีการออกเสียงประชามติอย่างรอบด้าน อย่างเท่าเทียมกันตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
5. ขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ กกต. ให้ควบคุมกำกับการดำเนินการออกเสียงประชามติให้เป็นไปอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ทั้งนี้ได้แจ้งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำข้อมูล เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติในเรื่องนี้ แล้วส่งไปยัง กกต. ตั้งตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยตรงต่อไปแล้ว



