เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่สร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้กับทั้งวงการอีสปอร์ตในประเทศไทย รวมถึงการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตในรายการ ซีเกมส์ 2025 หลังจากที่ Tokyogurl นักกีฬาหญิงเกม RoV (Arena of Valor) โกงในการแข่งขันด้วยการใช้โปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาตและเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาควบคุมเกมแทน ทำให้เธอถูกลงโทษและนักกีฬาหญิงทีมชาติไทยทั้งหมดต้องถอนตัวจากการแข่งขันไป

จากประเด็นดังกล่าวนี้ ‘คุณป๋อง’ ฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน (CEYDA) ได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้และการจัดการของผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้อง โดยสรุปไว้ดังนี้

“การคัดตัวนักกีฬาทีมชาติไทย มีปัจจัยที่ต่ำกว่ามาตรฐาน 4 เรื่อง ดังนี้”

1. ผู้จัดการแข่งขันให้ผู้เข้าคัดเลือกใช้สมาร์ตโฟนส่วนตัว โดยปกติแล้วผู้จัดการแข่งขันควรจะต้องเตรียมอุปกรณ์กลาง และล็อคไว้ไม่ให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าโปรแกรมอื่น ๆ ได้เลย

2. ทางผู้จัดการแข่งขันไม่มีการบันทึกหน้าจอระหว่างการแข่งขัน ในรายการ ‘ซีเกมส์’ ไม่มีการบันทึกหน้าจอ ทำให้ทุกคนไม่สามารถเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าสมาร์ฟโฟนเครื่องนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

3. ไม่มีการใช้เซิฟเวอร์แยก โดยปกติการแข่งระดับสำคัญ ๆ (เช่น การแข่งขันระดับโปรลีก ระดับภูมิภาค หรือระดับโลก) จะมีการใช้เซิฟเวอร์แยกเพื่อไม่ให้ผู้เล่นทั่วไปเข้ามาได้ ยกเว้นบัญชีที่มีการกำหนดไว้โดยเฉพาะเท่านั้น แต่ในการแข่งขันนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าใช้เซิฟเวอร์แบบ Live Server หรือเซิฟเวอร์ที่เปิดให้ผู้เล่นทั่วไปเข้าถึงได้มาใช้ในการแข่งขัน

4. ไม่มีการสร้างบัญชีใหม่ให้กับนักกีฬาสำหรับกาาแข่งขัน แต่ให้ใช้บัญชีส่วนตัว หากใครมีรหัสผ่าน (Password) ของบัญชีนั้น จะสามารถเข้าสู่บัญชีแทนจากที่อื่นได้

“ส่วนของซีเกมส์หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ก็มีการจัดการระบบได้ดีขึ้น หลายคนในวงการลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า หากแค่จัดตามมาตรฐานมาตั้งแต่ แล้วมีใครใช้วิธีการโกงแบบ Tokyogurl เราจะจับได้ตั้งแต่ตอนคัดเลือกแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของที่เธอทำในก่อนหน้านี้ว่า ถ้ามีงานแข่งแบบออฟไลน์ที่ได้มาตรฐาน เจ้าตัวจะมีข้ออ้างไม่ไปแข่งแน่นอน”

นอกจากนี้ ยังมีทางคุณ อติชาติ ตรีโภคา หรือ “Lycan” โค้ชทีม FULL SENSE เกม RoV ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านทางโซเชียลมีเดียของตัวเองไว้เพิ่มเติมไว้ ดังนี้

“(ผม) ตั้งคำถามต่อมาตรฐานการคัดเลือก เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของอีสปอร์ต”

“กระแสที่เกิดขึ้นในซีเกมส์ครั้งนี้ ทำให้สังคมจำนวนมากพุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำความผิด โค้ช หรือแม้แต่นักกีฬาที่อยู่ร่วมทีม จนหลายครั้งเราอาจเผลอลืมตั้งคำถามกับประเด็นที่สำคัญกว่านั้น”

“ความจริงแล้ว การคาดหวังให้ทุกคนหยุดการทุจริตโดยสิ้นเชิง อาจเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่ควรถูกพูดถึงอย่างจริงจังคือ มาตรฐานในการคัดเลือกบุคลากรและนักกีฬา ซึ่งกลับแทบไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด แม้แต่ในรายการโหนกระแสในวันนี้”

“จากข่าว วิธีการทุจริตที่ถูกใช้เป็นเพียงรูปแบบพื้นฐานมาก หากกระบวนการคัดเลือกมีมาตรฐานที่รัดกุมเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เซิร์ฟเวอร์ทัวร์นาเมนต์เฉพาะในการแข่งขัน การอัดเสียงและบันทึกหน้าจอของผู้เข้าแข่งขัน การจำกัดการใช้อุปกรณ์เฉพาะที่กำหนดไว้สำหรับการแข่งขัน รวมถึงการใช้ทีมงานและผู้คัดเลือกที่มีประสบการณ์จริงในวงการเกม เหตุการณ์ลักษณะนี้แทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย”

“หากถามว่า ภายใต้มาตรฐานดังกล่าว เหตุการณ์แบบนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ คำตอบก็คือ แทบจะเป็นไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีวิธีการทุจริตที่ซับซ้อนและล้ำหน้ากว่านี้ในอนาคต ซึ่งอย่างน้อยก็ไม่ใช่ในระดับพื้นฐานอย่างที่เป็นข่าวในครั้งนี้”

“เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองเปรียบเทียบกับการสอบที่มีผู้ทุจริตด้วยการใส่หูฟังเข้าสอบ วิธีการเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ตรวจจับได้ยากเลย หากมีมาตรฐานการคุมสอบที่ดีพอ คำถามที่ควรถูกตั้งขึ้นจึงไม่ใช่เพียงว่า ใครเป็นคนผิด แต่คือ เหตุใดการทุจริตในรูปแบบพื้นฐานเช่นนี้ จึงสามารถผ่านกระบวนการคัดเลือกมาได้

“นี่คือประเด็นที่ควรนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่ออนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืนของวงการอีสปอร์ตครับ”