เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. สำนักงาน ป.ป.ส. รายงานผลการปฏิบัติงาน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ซึ่งได้บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว และ สน.ท่าเรือ ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย หลังชาวบ้านสุดทน ร้องเรียนผ่าน Facebook สำนักงาน ป.ป.ส. และสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด เป็นครั้งที่ 2 เหตุจาก “บิ๊ก เพ็ชรแขก” ไม่เข็ดหลาบ มั่วสุมเสพยาไม่เกรงกลัวกฎหมาย ผลตรวจค้นพบปัสสาวะม่วงยกกลุ่ม 4 ราย พร้อมจับกุมผู้ต้องหาหนีหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ

โดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่าน Facebook สำนักงาน ป.ป.ส. และสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติดแจ้งเบาะแสพฤติการณ์ของ นายนพพล (สงวนนามสกุล) หรือบิ๊ก เพ็ชรแขก และพวก ที่มักลักลอบมั่วสุมเสพยาเสพติดในพื้นที่ชุมชนคลองเตย สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เคยเข้าจับกุมตัวดำเนินคดีไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังคงมีพฤติการณ์เดิม จึงได้สั่งการให้สำนักปราบปรามยาเสพติด (ปป.1) ประสานความร่วมมือกับ ปปส.กทม., ตำรวจท่องเที่ยว (ศอ.ปส.สน.บก.ทท.) และ สน.ท่าเรือ เข้าปิดล้อมตรวจค้นซ้ำทันทีในวันนี้



พ.ต.ต.สุริยา เผยอีกว่า จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในชุมชนคลองเตย พบกลุ่มบุคคลกำลังมั่วสุมอยู่ภายในบ้าน จำนวน 4 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายนพพล (สงวนนามสกุล) หรือบิ๊ก เพ็ชรแขก บุคคลตามเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบผลเป็นบวก (สีม่วง) ทั้ง 4 ราย จึงแจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พ.ต.ต.สุริยา เผยอีกว่า นอกจากนี้ จากการขยายผลตรวจสอบประวัติผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 ราย ยังพบว่า นายประเสริฐ (สงวนนามสกุล) ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงสมุทรปราการ ในข้อหาสำคัญได้แก่ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1, เป็นผู้ขับขี่รถในขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย และไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล (ผิดเงื่อนไขคุมประพฤติ) เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติม ทั้งนี้ ความผิดฐาน เป็นผู้ขับขี่รถในขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) อยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้ใช้รถใช้ถนนและสังคม เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมทั้งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ อีกทั้งกรณีที่ผู้ต้องหาผิดเงื่อนไขคุมประพฤติ ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เดิมกลับมาบังคับใช้ทันที โดยไม่มีการรอลงอาญาอีกต่อไป



พ.ต.ต.สุริยา เผยว่า จากการสืบสวนพบว่าปัญหายาเสพติดในเคสนี้ ส่งผลกระทบต่อสถาบันครอบครัวโดยตรง โดยผู้ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมเสพยาจนเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ภรรยาและลูกต้องย้ายหนี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายาเสพติดเป็นภัยร้ายที่ทำลายทั้งสุขภาพและทำลายความสุขในครอบครัว ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่า ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับทุกเรื่องร้องเรียน โดยเฉพาะในชุมชนเมืองที่มีความหนาแน่น หากประชาชนพบเห็นเบาะแสยาเสพติด หรือพบผู้กระทำผิดซ้ำซาก สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติดตลอด 24 ชั่วโมง เราพร้อมดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามทันที เพื่อคืนความสงบสุขให้ชุมชน.



