เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกชนคานสะพานลอย บนทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนเทพรัตน) เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในอดีตเคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง และทุกครั้งล้วนทิ้งความสูญเสียไว้เสมอ ดังนั้นเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ทาง ขบ. ได้เตรียมออกมาตรการป้องกัน โดยบังคับให้รถบรรทุกดัมพ์ต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนในห้องผู้ขับรถ อาทิ สัญญาณเสียง หรือไฟ จะเตือนทันทีเมื่อกระบะท้ายถูกยกขึ้นโดยอุบัติเหตุ หรือในกรณีที่ผู้ขับไม่ทันสังเกต เป็นการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้รับรู้สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงในการเคลื่อนรถไปชนสิ่งกีดขวาง หรือโครงสร้างสาธารณะ

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กำชับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้ตักเตือนผู้ประกอบการ และผู้ขับขี่รถดัมพ์ทุกราย พร้อมเร่งจัดทำแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้มั่นใจว่าการผสานเทคโนโลยีเตือนภัยเข้ากับมาตรการกำกับดูแล จะช่วยลดอุบัติเหตุในระยะยาว และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ให้กับรถดัมพ์ได้ โดยกระทรวงคมนาคมคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการออกมาตรการติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนฯ ซึ่งจะเป็นการยกระดับความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้สำหรับรถใหม่ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2569 ส่วนรถเก่าจะให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 รอบการต่ออายุภาษีรถ.