คาร์บอน มาร์เก็ตส์ คลับ (Carbon Markets Club: CMC) เครือข่ายลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งบริหารจัดการโดย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) จัดงานครบรอบ 5 ปี พร้อมประกาศความร่วมมือ ‘Bangchak Group x University Gen Z-ESG’ ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้และทักษะด้านสิ่งแวดล้อม รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

‘ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ และภาคธุรกิจในวงกว้าง กลุ่มบริษัทบางจากจึงร่วมกับพันธมิตรจากหลายภาคส่วนจัดตั้ง CMC ขึ้นเมื่อปี 2564 เพื่อเป็นพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ

เชื่อมเครือข่ายคาร์บอน

ด้าน ‘กลอยตา ณ ถลาง’ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธาน CMC กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CMC เติบโตจาก 11 องค์กรผู้ก่อตั้ง สู่เครือข่ายสมาชิกมากกว่า 1,800 ราย ทั้งในรูปแบบองค์กรและบุคคล พร้อมขับเคลื่อนการเผยแพร่ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาเครื่องมือประเมินและซื้อขายคาร์บอน รวมถึงการส่งเสริมการใช้กลไกตลาดคาร์บอนและพลังงานหมุนเวียน

ในระดับภูมิภาค CMC ได้ขยายความร่วมมือผ่านกรอบความร่วมมือคาร์บอนร่วมอาเซียน (ASEAN Common Carbon Framework: ACCF) เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันของตลาดคาร์บอนในอาเซียน และยกระดับคุณภาพคาร์บอนเครดิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าว จากการเป็นหนึ่งในประเทศผู้ริเริ่มพัฒนาตลาดคาร์บอนของภูมิภาคผ่านโครงการที-เวอร์ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

กลอยตากล่าวต่อไปว่า การลดก๊าซเรือนกระจกกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลักของการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 503.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี คิดเป็น 0.83% ของการปล่อยทั่วโลก และอยู่ในอันดับ 20 ของโลก ดังนั้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการคาร์บอนและการเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้

ส่งไม้ต่อสู่ Gen Z

ภายในงาน กลุ่มบริษัทบางจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ในโครงการ ‘Bangchak Group x University Gen Z-ESG’

โครงการดังกล่าวมุ่งสร้างองค์ความรู้ พัฒนาเครือข่าย ส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ESG ด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศและการบริหารจัดการคาร์บอน การสร้างผู้นำด้านการสื่อสารความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย รวมถึงโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ร่วมกับแบรนด์อินทนิล เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

จากความรู้สู่การลงมือทำ

นอกจากนี้ CMC ยังพัฒนาเครื่องมือช่วยประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับทั้งองค์กรและบุคคล พร้อมขยายการทำงานไปสู่การสนับสนุนชุมชนและการพัฒนาคาร์บอนเครดิต รวมถึงการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

กลอยตากล่าวว่า ความท้าทายของการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ คือการทำให้ผู้คนเข้าใจปัญหาและเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยคนรุ่นใหม่จะเป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่ครอบครัวและชุมชน รวมถึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทบางจากยังเตรียมต่อยอดความร่วมมือในกิจกรรม ESG Master Class การจัด Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน รวมถึงโครงการฝึกงานและการเรียนรู้จากธุรกิจจริง เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ด้าน ESG การจัดการคาร์บอน และเศรษฐกิจหมุนเวียนจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมต่อยอดสู่การทำงานและการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต