เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเดินทางไปยังโรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อำเภอเชียงแสน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างน้ำพุร้อนป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ติดตามความพร้อมการจัดงานมหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน ไทย–ลาว–เมียนมา ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 เม.ย. 69 บริเวณริมแม่น้ำโขง ชายแดน ไทย–สปป.ลาว โดยถือเป็นประเพณีสงกรานต์ช่วงท้ายของเทศกาลที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และสามารถดึงดูดประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

“งานมหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น โดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ และมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว แสดงความกตัญญูกตเวทีของลูกหลานต่อผู้สูงอายุ ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึง  ต.ป่าตึง  อ.แม่จัน เพื่อยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาตรฐานระดับจังหวัด โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นำโดย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า โครงการพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึง เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวด้านสุขภาพและการพักผ่อน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีเอกลักษณ์และความหลากหลาย รองรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิต 

“น้ำพุร้อนป่าตึง นับเป็นจุดเด่นทางธรรมชาติที่สอดรับกับกระแสดังกล่าว และเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 50,000 คนต่อปี อีกทั้งยังสร้างกิจกรรมชุมชนควบคู่ เช่น ตลาดสุขภาพ การแสดงวัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ด้วย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว.